Prachatai Podcast
Prachatai Podcast
-
ฝ่ายขวาจัดกำลังสร้างเครือข่ายระดับโลก | หมายเหตุประเพทไทย EP.651
2569-11-02 · 52:53รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และชานันท์ ยอดหงษ์ ชวนอ่านบทความ “The Emergence of a Global Radical Right” ของ Rita Abrahamsen และ Michael C. Williams ตีพิมพ์ใน Current History ปี 2026 ซึ่งตั้งข้อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงสำคัญของการเมืองฝ่ายขวา เมื่อกลุ่มการเมืองที่ย้ำเรื่องชาตินิยม อธิปไตย และ “ประเทศของเราต้องมาก่อน” กลับกำลังสร้างเครือข่ายข้ามพรมแดน และมองตัวเองมากขึ้นว่าเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการทางการเมืองระดับโลก ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา นักการเมือง นักเคลื่อนไหว สื่อ ปัญญาชน และสถาบันฝ่ายขวาจากหลายประเทศพบปะและแลกเปลี่ยนกันผ่านเวทีอย่าง Conservative Political Action Conference (CPAC) และ National Conservatism จากสหรัฐฯ ฮังการี บราซิล ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไปจนถึงประเทศอื่น ๆ แม้กลุ่มเหล่านี้ไม่ได้มีนโยบายหรือผลประโยชน์ตรงกันทั้งหมด แต่มีจุดร่วมสำคัญคือการมองว่า เสรีนิยม โลกาภิวัตน์ และชนชั้นนำแบบ liberal-globalist เป็นฝ่ายตรงข้ามร่วมกัน จนช่วยสร้างทั้งอัตลักษณ์และเป้าหมายทางการเมืองข้ามชาติขึ้นมา บทความยังชี้ว่า radical right ในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันจากปัญหาผู้อพยพหรือความไม่พอใจต่อโลกาภิวัตน์เท่านั้น แต่มีรากทางความคิดยาวนาน ตั้งแต่สาย French Nouvelle Droite ที่เสนอการต่อสู้ทางวัฒนธรรมและความคิด หรือ metapolitics ไปจนถึงการหยิบแนวคิดของ Antonio Gramsci มาปรับใช้กับฝ่ายขวา เพื่อเปลี่ยนสถาบัน วัฒนธรรม และสิ่งที่สังคมยอมรับว่าเป็น “สามัญสำนึก” ในระยะยาว ขณะเดียวกัน แนวคิดเรื่อง “managerial elite” ก็ถูกนำมาใช้อธิบายว่า โลกปัจจุบันถูกครอบงำโดยชนชั้นผู้เชี่ยวชาญและชนชั้นนำข้ามชาติที่ตัดขาดจากประชาชนและวัฒนธรรมของชาติ เมื่อการต่อต้านเสรีนิยมกลายเป็นภาษาร่วม
-
‘ปิตาย’ ความเกรี้ยวกราดและปรารถนาความตายอันสงบ | BookBar EP.24
2569-11-01 · 40:57รายละเอียดตอน
ปิตา (ธิปไต) ย รวมเรื่องสั้นที่ได้รับการรีวิวว่าค่อนข้างเกรี้ยวกราด ทว่า บาดลึก เฉือดเฉือน และเปิดแผลให้เห็นแบบไม่ยั้งมือหลากหลายอารมณ์ทุกข์ความรู้สึก เธอยอมรับว่า เป็นนักเขียนเฟมินิสต์ ภายหลังผ่านเรื่องราวมากมาย มองเห็น สัมผัสถึงปิตาธิปไตยในสังคมไทย จนเกินกว่าจะนิ่งเงียบ BookBar สนทนากับ ‘ชิรณะ’ ผู้เขียนหนังสือ ปิ(ตาย) Wish We All Die in Peace หนังสือที่จะเล่าถึงแหล่งกำเนิดของ ‘ปิตาย’ และกระบวนการทำงานของนักเขียนคนหนึ่งที่เขียนงานหลากหลายแนว . ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท' . YouTube : https://youtu.be/VleIPoV8cDs Spotify : https://pct.fyi/podcast-spotify Apple Podcasts : https://pct.fyi/podcast-apple Podbean : https://pct.fyi/podbeen
-
อานันท์ ปันยารชุน วงศ์วานว่านเครือ สายสัมพันธ์ และอำนาจ | หมายเหตุประเพทไทย
2569-10-26 · 23:41รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ และ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี ชวนอ่านบทความ “Birds of a Feather: Anand Panyarachun, Elite Families and Network Monarchy in Thailand” ของ Yoshinori Nishizaki จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ตีพิมพ์ใน Journal of Southeast Asian Studies ปี 2020 บทความนำสำนวน “Birds of a Feather” หรือคนที่มีลักษณะคล้ายกันมักรวมกลุ่มกัน มาใช้สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลชนชั้นนำของไทย และขยายความเข้าใจแนวคิด “Network Monarchy” หรือ “สถาบันกษัตริย์เชิงเครือข่าย” ที่ Duncan McCargo เสนอไว้ก่อนหน้านี้ Nishizaki เสนอว่า การทำความเข้าใจเครือข่ายดังกล่าวไม่ควรมองเฉพาะความจงรักภักดี อุดมการณ์ หรือระบบอุปถัมภ์ แต่ต้องพิจารณา สายเลือด การแต่งงาน และความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเชื้อพระวงศ์กับตระกูลขุนนางและข้าราชการชั้นสูง ที่สืบเนื่องมาหลายชั่วอายุคน เครือข่ายเหล่านี้มีรากมาก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 และสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบราชการ กองทัพ ศาล และสถาบันทางการเมืองหลังเปลี่ยนระบอบ ผู้เขียนจึงเสนอว่า Network Monarchy หลัง พ.ศ. 2516 ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่เติบโตต่อยอดจากเครือข่ายชนชั้นนำที่มีอยู่เดิม บทความใช้ อานันท์ ปันยารชุน เป็นกรณีศึกษาหลัก เพื่อติดตามว่าเครือญาติของครอบครัวหนึ่งเชื่อมโยงไปยังราชสกุล ตระกูลข้าราชการ นักการเมือง กองทัพ และองค์กรสำคัญได้อย่างไร ก่อนขยายไปสำรวจตระกูลอื่น ๆ เพื่อให้เห็นโครงสร้างที่กว้างกว่าความสัมพันธ์ของบุคคลสำคัญเพียงไม่กี่คน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนไม่ได้เสนอว่าคนในเครือข่ายทั้งหมดมีอุดมการณ์เดียวกัน หรือได้รับคำสั่งจากศูนย์กลางเดียว เพราะสมาชิกในครอบครัวเดียวกันอาจอยู่คนละฝ่ายทางการเมืองได้ ประเด็นสำคัญคื
-
จับตาฐานบินจีนในลาว | หมายเหตุประเพทไทย EP.649
2569-10-20 · 50:06รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ และ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี พูดถึงการเปิดศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมร่วมจีน-ลาว และโรงเรียนการบินมิตรภาพจีน-ลาว ที่สนามบินบ้านเกิน เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ทางเหนือของนครหลวงเวียงจันทน์ ใกล้ชายแดนไทย และในช่วงสงครามเวียดนามเคยเป็น ไซต์ลิม่า 44 (Lima Site 44) ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในลาว ทางการจีนระบุว่าศูนย์แห่งนี้มีเป้าหมายเพื่อฝึกนักบินกองทัพอากาศลาวและไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศที่สาม อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายดาวเทียมหลังการเปิดศูนย์เผยให้เห็นเครื่องบินฝึกและโจมตีเบา K-8 จำนวน 8 ลำ พร้อมยานยนต์สนับสนุนมากกว่า 20 คัน ขณะที่พื้นที่มีทางวิ่งยาวราว 2,000 เมตร และลานจอดรองรับเครื่องบินได้ประมาณ 22 ลำ ทำให้บ้านเกินถูกจับตามองในฐานะจุดตั้งทางทหารทางอากาศของจีนในต่างประเทศ แม้ปักกิ่งจะยังเรียกสถานที่ดังกล่าวว่า “ศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรม” มากกว่า “ฐานทัพ” ก็ตาม ภาพจากดาวเทียมแสดงให้เห็นภาพรันเวย์สนามบินบ้านเกิน ในสปป. ลาว โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวว่าสนามบินร้างแห่งนี้ถูกพัฒนาเป็นศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมร่วมจีน-ลาว และโรงเรียนการบินมิตรภาพจีน-ลาว ที่มา: Apple Maps แผนที่แสดงที่ตั้งสนามบินบ้านเกิน สปป.ลาว ที่มา: Google Maps ฐานทัพและการประจำการของทหารสหรัฐอเมริกาทั่วโลก ข้อมูลปี 2021 ที่มา: Aljazeera ขีดความสามารถทางทหารของจีน ในทะเลจีนใต้ ที่มา: CSIS ในรายการยังชวนมองสนามบินบ้านเกินในบริบทที่กว้างขึ้นของ “ฐานทัพต่างประเทศ” และ “การแข่งขันของมหาอำนาจ” ตั้งแต่เครือข่ายฐานทัพขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ไปจนถึงฐานสนับสนุนของจีนที่จิบูตีและความร่วมมือที่ฐานทัพเรือเรียมในกัมพูชา นอกจากนี้ จีนยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐ
-
‘เทคโนศักดินา’ ผู้ฆ่าทุนนิยม | BookBar EP.23
2569-10-14 · 46:17รายละเอียดตอน
หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต บางคนเชื่อว่ามันคือเครื่องหมายชัยชนะของระบบทุนนิยม มนุษย์สามัญที่ใช้ชีวิตบนโลกน่าจะรู้สึกรู้สาไปทางเดียวกันว่า คงต้องอยู่กับทุนนิยมไปชั่วชีวิตและไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่คุณจะคิดอย่างไร เมื่อ Yanis Varoufakis เขียนหนังสือ ‘TECHNOFEUDALLISM WHAT KILLED CAPITALSM’ หรือชื่อไทยว่า ‘เทคโนศักดินา’ และประกาศว่าทุนนิยมตายแล้ว เพราะถูกพวกบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายสังหาร กวาดต้อนเข้าสู่ที่ดินคลาวด์ เรียกเก็บค่าเช่าที่ บรรดานายทุนที่แสวงหากำไรถูกกวาดต้อนเข้าสู่ร่มเงาคลาวด์กลายเป็นทุนสวามิภักดิ์ บ้างก็เป็นกรรมกรคลาวด์ และพวกเราส่วนใหญ่เป็นเพียงไพร่คลาวด์ที่ผลิตเนื้อหาให้แก่เทคโนศักดินาโดยไม่ได้รับค่าจ้างใดๆ การบอกว่าทุนนิยมตายแล้ว เป็นคำประกาศที่ใหญ่โตมาก เชื่อได้ว่าหลายคนไม่เห็นด้วย BookBar ชวนคุยกับนภนต์ ภุมมา จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้แปลร่วมของหนังสือเล่มนี้ แล้วค่อยตัดสินอีกทีว่าทุนนิยมตายแล้วหรือยัง? ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท'
-
เปิดมิติพื้นที่เควียร์ซานฟรานซิสโก | หมายเหตุประเพทไทย
2569-10-14 · 29:42รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ติณณภพจ์ สินสมบูรณ์ทอง และ ทศพล นพสุวรรณชัย ชวนทำความรู้จักประวัติศาสตร์ของซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ผ่านมุมมองแบบเควียร์ จากเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วในยุคตื่นทอง ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ชนชั้น และภูมิหลังหลั่งไหลเข้ามาหางานและสร้างชีวิตใหม่ จนเกิดวัฒนธรรมเมืองที่เปิดรับความแตกต่าง รวมถึง nightlife โรงละคร ผับและบาร์ ซึ่งค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่สำคัญของคนที่อยู่นอกขนบทางเพศและสังคม โดยชวนอ่านหนังสือ Wide-Open Town: A History of Queer San Francisco to 1965 (2005) ของ Nan Alamilla Boyd ซึ่งย้อนประวัติศาสตร์พื้นที่เควียร์ของเมือง ตั้งแต่ความบันเทิงและการแต่งกายข้ามเพศในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงการเติบโตของวัฒนธรรมเกย์และเควียร์หลังทศวรรษ 1930 ผับบาร์อย่าง Black Cat ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ดื่ม แต่ยังเป็นพื้นที่พบปะของนักเขียน ศิลปิน โบฮีเมียน เกย์ และผู้คนที่ไม่เป็นไปตามขนบ จนมีส่วนสร้างวัฒนธรรมที่ยอมรับความหลากหลายของเมือง อีกเล่มคือ Who Needs Gay Bars? Bar-Hopping through America's Endangered LGBTQ+ Places (2023) ของ Greggor Mattson ซึ่งสำรวจว่า gay bar และ lesbian bar ยังมีความหมายอย่างไรในยุคที่ LGBTQ+ สามารถพบปะกันได้ในพื้นที่อื่นมากขึ้น ในกรณีซานฟรานซิสโก หนังสือพาไปดู Wild Side West และคำถามเรื่องอนาคตของ lesbian bar เมื่อการเปิดพื้นที่ให้ครอบคลุม LGBTQ+ และ ally มากขึ้นนำมาสู่ความย้อนแย้งว่า ความ inclusive จะช่วยรักษาชุมชน หรือกลับทำให้การมองเห็นตัวตนเฉพาะของเลสเบี้ยนค่อย ๆ เจือจางลง ขณะเดียวกัน เรื่องของผับ The Stud ชวนมองอีกด้านของการรักษาพื้นที่เควียร์ท่ามกลางค่าเช่าที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของย่าน SoMa และวิกฤตโควิด-19 แม้พน
-
ไผ่ลู่ลม และกับดักความสำเร็จการทูตไทย | หมายเหตุประเพทไทย
2569-10-05 · 25:07รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ แนะนำบทความ “The Trap That is Thailand’s Legacy of Diplomatic Success” ของ ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ เผยแพร่โดย ISEAS – Yusof Ishak Institute เมื่อ 8 กันยายน 2026 ซึ่งตั้งคำถามต่อแนวคิด “การทูตไผ่ลู่ลม” (Bamboo Diplomacy) ที่มักถูกอธิบายว่าเป็นจุดแข็งของนโยบายต่างประเทศไทย ทั้งความยืดหยุ่น การปรับตัวตามดุลอำนาจ และการรักษาความสัมพันธ์กับมหาอำนาจหลายฝ่าย ผู้เขียนเสนอว่า ความสำเร็จทางการทูตในอดีตอาจไม่ได้เป็นเพียงบทเรียน หากยังกลายเป็นกรอบความคิดที่จำกัดทางเลือกของไทยในปัจจุบันด้วย บทความย้อนดูความทรงจำสำคัญสองชุด ได้แก่ การที่สยามหลีกเลี่ยงการตกเป็นอาณานิคม และ การเอาตัวรอดจากผลของสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งภายหลังถูกนำมาอธิบายว่า ไทยรักษาอธิปไตยได้เพราะรู้จักโอนอ่อน ปรับตัว และไม่ผูกมัดตนเองกับฝ่ายใดอย่างแข็งตัว เมื่อเรื่องเล่าเหล่านี้ถูกผลิตซ้ำ จึงค่อย ๆ กลายเป็น schema และ script ว่า “ความยืดหยุ่น” คือวิธีดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เหมาะสม ขณะที่การกำหนดจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนอาจถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงมากกว่า แต่ในโลกที่การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน เข้มข้นขึ้น ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์อาจมีต้นทุนสูงขึ้น เพราะหุ้นส่วนต่างประเทศให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ความคาดการณ์ได้ และความชัดเจนของทิศทางมากขึ้น ประเด็นของบทความจึงไม่ใช่การเสนอว่าไทยต้อง “เลือกข้าง” สหรัฐฯ หรือจีน แต่ตั้งคำถามว่า ความยืดหยุ่นควรอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนหรือไม่ และ “ไม่เลือกข้าง” จำเป็นต้องหมายถึง “ไม่มีจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์” หรือเปล่า ในช่วงท้ายรายการ ชวนเปรียบเทียบกับความทรงจำทางเลือกในนโยบายต่างประเทศ เช่น แนวคิด “เปลี่ยนสนามรบ
-
บทบาทสตรีในเขตงาน พคท. ภาคใต้ | หมายเหตุประเพทไทย
2569-09-28 · 25:09รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ แนะนำบทความ “การส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในขบวนการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เขตจังหวัดพัทลุง ตรัง และสตูล ผ่านวารสาร ‘ตะวันแดง’ พ.ศ. 2520–2525” ของ ธัญญพร มากคง ตีพิมพ์ใน วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีที่ 20 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม–ธันวาคม 2567 อ่านบทความ [https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jssnu/article/view/270951] ซึ่งชวนมองประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) “จากเบื้องล่าง” ผ่านประสบการณ์ของผู้หญิงและสื่อภายในขบวนการ มากกว่าการมองผ่านผู้นำส่วนกลาง สงคราม หรือความมั่นคงเพียงอย่างเดียว บทความศึกษาวารสาร “ตะวันแดง” สิ่งพิมพ์ของ พคท. ในเขตพัทลุง ตรัง และสตูล ระหว่าง พ.ศ. 2520–2525 โดยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่าง สหายหญิงนักศึกษาปัญญาชน ที่เข้าป่าหลัง 6 ตุลาคม 2519 กับ สหายหญิงท้องถิ่น ซึ่งมีประสบการณ์ชีวิตและการทำงานในชนบทภาคใต้ ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ตั้งแต่ทักษะการดำรงชีวิตในป่า ไปจนถึงความรู้ทางการเมือง วิชาการ และประสบการณ์การเคลื่อนไหวสิทธิสตรี ผู้เขียนจึงมองความสัมพันธ์นี้เป็นการเรียนรู้แบบ “ผู้หญิงถึงผู้หญิง” มากกว่าการถ่ายทอดความรู้ทางเดียวจากปัญญาชนสู่ชาวบ้าน ขณะเดียวกัน สหายหญิงท้องถิ่นยังเผชิญภาวะ “ชายขอบสามชั้น” (Triple Marginalization) ทั้งจากประวัติศาสตร์การเมืองกระแสหลัก เรื่องเล่าภายใน พคท. ที่มักเน้นผู้นำและสหายชาย และโครงสร้างชายเป็นใหญ่ในสังคมท้องถิ่น ทำให้วารสาร ตะวันแดง มีบทบาทสำคัญในการเปิดพื้นที่พูดถึงปัญหาของผู้หญิง โดยเฉพาะคอลัมน์ “คุยกับพิมพยอม” ซึ่งนำเสนอเรื่องการบังคับแต่งงาน การถูกหลอก ความรุนแรงทางเพศ การทำให้ผู้หญิงเป็นวัตถุ หนี้สิน และค่านิยมการแต่งงาน งานศึกษายังชี้ว่า เนื
-
คน 4 รุ่น 4 ความคิด ในความขัดแย้งทางการเมืองและการคลี่คลายหลังการชุมนุม ปี 2563–2564 | BookBar EP.22
2569-09-25 · 1:13:53รายละเอียดตอน
การชุมนุมทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ในช่วงปี 2563-2564 เป็นเหตุการณ์ที่ทรงพลัง ถูกตัดจบด้วยโควิด-19 และถึงตอนนี้ยังต้องสร้างพื้นที่ความทรงจำของตนเองให้คมชัด...ซึ่งคงต้องอาศัยเวลาพอสมควร ประเด็นหนึ่งที่ปรากฏขึ้น ณ เวลานั้นจวบจนเวลานี้คือความแตกต่างระหว่างรุ่นที่ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ ความบาดหมาง และการเหมารวม #BookBar ตอนนี้ เราชวน กนกรัตน์ เลิศชูสกุล อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในผู้เขียน ‘ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างรุ่นและการคลี่คลายตัวหลังการชุมนุม ปี 2563–2564’ ที่จะพาเราไปทำความเข้าใจคน 4 รุ่นซึ่งมีเฉดความคิด จินตนาการต่อประเทศใกล้-ไกลต่างกันไป การสนทนายังพาเราไปแตะกลุ่มเจนอัลฟาอีกนิดหน่อย พอให้เห็นความหวังและอุปสรรค คำถามและความท้าทาย ที่สังคมควรช่วยกันถามและหาคำตอบ เราเชื่อว่านี่เป็นอีกหนึ่งตอนที่เข้มข้นพอสมควรสำหรับคอการเมือง ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท'
-
‘ผีเสื้อปีร้าว’ ปีกที่โบยบินหาเสรีภาพย่อมมีบาดแผล | BookBar EP.21
2569-09-25 · 44:06รายละเอียดตอน
ด้วยจารีตและศาสนา ‘เธอ’ ติดอยู่ในกรอบเกณฑ์ที่ผู้ชายเป็นผู้กำหนดอย่างไม่อาจสลัดหลุด แต่ ‘เธอ’ ก็ดื้อดึงและขัดขืนเพื่อเป็นอิสระ แม้ต้องแลกกับคำถามต่อภาวะดี-เลวของตนเอง กระทั่งมันร้าวรานจากหัวใจถึงปีกที่ ‘เธอ’ ใช้บินออกไปแสวงอิสรภาพ #BookBar อีพีนี้ พาไปสนทนากับนักเขียนหน้าใหม่ ‘บุหงามารีย์’ และผลงานเล่มแรก ‘ผีเสื้อปีกร้าว’ (Memoir of a Broken Bitch) จากการเติบโต เจ็บปวด และคลี่คลายของผู้เขียน เหมือนหนอนผีเสื้อที่ผ่านเข้าสู่ระยะดักแด้ก่อนสยายปีกโบยบิน ‘เธอ’ ไม่ว่าปีกจะร้าวแค่ไหน ก็ไม่ต้องการสลัดปีกทิ้ง ยินดีที่จะอยู่กับปีกร้าวๆ ต่อไป ทำไม? คำตอบอยู่ในบทสนทนาต่อจากนี้
-
คนหูหนวกอยู่ตรงไหนในขบวนการสิทธิ LGBTQ ไทย | Gender Unboxed Ep.4
2569-09-25 · 43:16รายละเอียดตอน
ในปี 2569 ยุคสมัยที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีงานเฉลิมฉลองเดือนไพรด์จัดกันในหลายจังหวัด สื่อต่างๆ ทำให้ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศมีมากขึ้น คนเราเริ่มเข้าใจสิ่งที่ตัวเองเป็นและสิ่งที่คนอื่นเป็นว่าเพศมีมากกว่าคำนำหน้านามบนเอกสาร แต่สำหรับคนหูหนวกที่เป็น LGBTQ+ สถานการณ์อาจไม่ได้ขยับไปไหน พวกเขายังเผชิญอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ๆ การเข้าไม่ถึงการศึกษา ถูกปฏิเสธไม่รับเข้าทำงาน ไม่ได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนคนหูหนวกเอง ไปจนถึงคำศัพท์ภาษามือไทยที่ยังตามไม่ทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนเพศหลากหลายไม่มีคำที่ตรงใจไว้ใช้เรียกตัวเอง ประชาไทคุยกับ นับดาว องค์อภิชาติ ผู้อำนวยการกองประกวด Miss and Mr Deaf Thailand และประธานมูลนิธินับดาวเพื่อคนหูหนวกและสังคมประเทศไทย เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคที่คนหูหนวก LGBTQ+ ต้องเจอ โดยมี วีรชิต ประสิทธิไกร เป็นล่ามภาษามือระหว่างการพูดคุย
-
มองการช่วยเหลือแรงงานบังคับ-ผู้เสียหายค้ามนุษย์ผ่านมิติทางเพศ | Gender Unboxed EP3
2569-09-25 · 41:49รายละเอียดตอน
ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก และยังถูกใช้เป็นทางผ่านของขบวนการค้ามนุษย์ที่ป้อนคนเข้าสู่การถูกบังคับใช้แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นฐานสแกมเมอร์หรือสถานการณ์อื่นๆ ที่ผ่านมา ประเทศไทยจึงได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หลากหลายสัญชาติ แต่ถึงกระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจะมีการดำเนินงานด้วยแนวทางการให้ผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง แต่คนแต่ละเพศก็มีความเปราะบางที่ต่างกัน ทำให้เห็นว่ายังขาดการนำมิติทางเพศเข้าไปปรับใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ ส่งผลให้คนแต่ละเพศเข้าสู่ความยุติธรรมได้ยากง่ายไม่เท่ากัน โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มูลนิธิไอเจเอ็ม (International Justice Mission) ได้เปิดตัวรายงานชื่อ “การศึกษาเรื่องความเสมอภาคและความละเอียดอ่อนด้านเพศสภาพในงานต่อต้านแรงงานบังคับและการค้ามนุษย์” (Mainstreaming Gender Sensitive Approches to Address Forced Labor and Trafficking in Persons) เกี่ยวกับมิติด้านเพศสภาพในกลุ่มแรงงานข้ามชาติและการทำงานด้านบังคับใช้แรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างกลไกการช่วยเหลือคุ้มครองในกระบวนการยุติธรรมสำหรับแรงงานข้ามชาติที่เปราะบาง ประชาไทคุยกับ วิภาวดี พันธุ์ยางน้อย นักวิจัยอิสระที่ทำงานในประเด็นแรงงานข้ามชาติ หนึ่งในผู้วิจัยที่ทำรายงานฉบับดังกล่าวเกี่ยวกับข้อค้นพบและประสบการณ์ภาคสนามระหว่างการทำวิจัย และความก้าวหน้าในการนำมิติทางเพศสภาพมาปรับใช้ในกระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการถูกบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์
-
ฟังเพลง อ่านวรรณกรรม ภาพแทนผู้ให้บริการทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย
2569-09-21 · 38:29รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทย [Live] EP นี้ ชวนอ่านงานวิจัย “Representation of prostitutes in Thai songs, 2019–2024” (2025) โดย Chutacaphat Rattanaphan, Kawinsara Sudjai และ Kritsada Kantichol ซึ่งวิเคราะห์เพลงไทย 8 เพลงระหว่างปี 2562–2567 เพื่อสำรวจว่าเพลงสร้างภาพ “ผู้หญิงขายบริการ” อย่างไร ตั้งแต่ภาพของเหยื่อความยากจน ผู้ถูกตีตรา และสินค้าทางเพศ ไปจนถึงผู้หญิงที่สามารถต่อรอง ต่อต้าน และช่วงชิงความหมายของตัวเองกลับคืน ท่ามกลางการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิและการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับงานบริการทางเพศในสังคมไทย งานศึกษาชิ้นคือ “Prostitution in Thailand: Representations in Fiction and Narrative Non-Fiction” (2015) ของ Lisa Lines ซึ่งศึกษาว่านักเขียนตะวันตกสร้างภาพผู้หญิงไทยที่ทำงานค้าบริการทางเพศอย่างไร ผ่านนิยายและสารคดีเชิงเรื่องเล่า โดยพบว่านิยายมีแนวโน้มทำให้การค้าบริการทางเพศดูโรแมนติก ลดทอนปัญหาการแสวงประโยชน์ และสร้างภาพผู้หญิงไทยผ่าน stereotype มากกว่า ขณะที่งาน non-fiction ให้ภาพที่ซับซ้อนและมีมิติมากกว่า ภาพเหมารวมสำคัญมีทั้ง “Femme Fatale” ผู้หญิงสวย เซ็กซี่ เจ้าเล่ห์ เห็นแก่เงิน และหลอกผู้ชายตะวันตก กับ “Cinderella” ผู้หญิงยากจน เปราะบาง ไร้อำนาจ และรอชายต่างชาติผู้ร่ำรวยมาช่วยชีวิต แม้สองภาพจะดูตรงข้ามกัน แต่ต่างก็ลดทอนผู้หญิงให้เหลือเป็นตัวละครในจินตนาการของผู้ชายตะวันตก มากกว่าจะเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตและความคิดซับซ้อน เมื่อพิจารณางานศึกษาทั้งสอง ทำให้เกิดคำถามว่าใครเป็นผู้มีอำนาจในการสร้างความหมายของ “ผู้ให้บริการทางเพศ” จากภาพผู้หญิงไทยในสายตาตะวันตก มาถึงเพลงไทยร่วมสมัยที่ยังคงมีทั้งภาพเหยื่อ ความจน การเป็นสินค้า และตราบาป แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มมีพื้นที่ให้ผู้หญิงต่อรอง ต่อต้าน แล
-
ฝ่าวิกฤตศรัทธา สมณศักดิ์ คณะสงฆ์ | หมายเหตุประเพทไทย
2569-09-21 · 23:19รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และ ชานันท์ ยอดหงษ์ แนะนำบทความ “‘พรานเบ็ดผ้าเหลือง’: มายาคติ ความหลง และสมณศักดิ์ที่ครอบงำ—การวิเคราะห์วิกฤตศรัทธาในสถาบันสงฆ์ไทย” โดย กฤต พิริยธัชกุล วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เผยแพร่ใน วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม–สิงหาคม 2569) ซึ่งศึกษาวิกฤตศรัทธาต่อสถาบันสงฆ์ไทย ผ่านโครงสร้างสมณศักดิ์ ระบบทุนทางศาสนา และปัจจัยเชิงเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของคณะสงฆ์ในยุคร่วมสมัย ข้อค้นพบสำคัญของงานคือมโนทัศน์ “พรานเบ็ดผ้าเหลือง” หรือการใช้ผ้าเหลืองเป็นเครื่องมือดึงดูดศรัทธาและทุน ผ่านกระบวนการผลิตซ้ำความศักดิ์สิทธิ์ 4 ระดับ ได้แก่ การใช้วาทกรรมยกย่องตำแหน่งมากกว่าการปฏิบัติ การแปรสมณศักดิ์เป็นเครื่องผลิตทุน การใช้ตัวชี้วัดเชิงปริมาณแทนคุณภาพทางธรรม และการดัดแปลงหลักธรรมให้กลายเป็นสินค้า ขณะเดียวกัน วิกฤตศรัทธายังเกิดจาก “วงจรอุบาทว์” ที่เชื่อมโยงปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองเข้าด้วยกัน บทความยังวิพากษ์การเปลี่ยนแปลงของการสื่อสารทางศาสนา จากการถ่ายทอดธรรมะไปสู่การประชาสัมพันธ์เพื่อธำรงสถานะ การสร้างภาพลักษณ์ และการสร้างตราสินค้าทางศาสนา รวมถึงการใช้วาทกรรมบางแบบเพื่อปิดกั้นการตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจภายในคณะสงฆ์ โดยงานวิจัยเสนอว่าปัญหานี้ไม่ใช่เพียงความบกพร่องของพระสงฆ์เป็นรายบุคคล แต่เป็น วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่ต้องอาศัยการปฏิรูปทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดตั้งกลไกตรวจสอบอิสระ การปฏิรูประบบสมณศักดิ์ การจัดการทรัพย์สินอย่างโปร่งใส การบริหารวัดในฐานะองค์กรสาธารณะ การรื้อมายาคติเรื่อง “ห้ามแตะต้องศาสนา” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการวิพากษ์อย่างสร้างสรรค์ ไปจนถึงการปฏิรูปก
-
แนวคิดกรัมชี่ และพรรคคอมมิวนิสต์ซอฟท์เสิร์ฟอิตาลี | หมายเหตุประเพทไทย
2569-09-08 · 21:27รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชวนทำความรู้จักความคิดทางการเมืองของ อันโตนิโอ กรัมชี่ (Antonio Gramsci) นักคิดมาร์กซิสต์ชาวอิตาลี ผ่านงานเขียนในช่วงก่อนถูกคุมขัง (Pre-Prison Writings) โดยเฉพาะงานชุด “Towards the Communist Party” ในช่วง ค.ศ. 1910–1920 จากความสนใจเรื่อง สภาโรงงาน (Factory Councils) ในฐานะพื้นที่ประชาธิปไตยของชนชั้นแรงงาน ไปสู่การตระหนักว่าการต่อสู้ในระดับโรงงานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องมีองค์กรทางการเมืองที่สามารถจัดระเบียบการต่อสู้ในระดับกว้างขึ้น ซึ่งต่อมาเชื่อมโยงกับการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์อิตาลีในปี 1921 พร้อมแนะนำบทความ “ความคิดว่าด้วยเรื่องพรรคคอมมิวนิสต์ในงานเขียนทางการเมืองของ อันโตนิโอ กรัมชี่” โดย ธนกร บุญยืน และวัชรพล พุทธรักษา เผยแพร่ใน วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปีที่ 28 ฉบับที่ 2 (2568) ซึ่งศึกษาความคิดของกรัมชี่ก่อนถูกคุมขัง และเสนอว่า สำหรับกรัมชี่ พรรคคอมมิวนิสต์มีฐานะเป็น “เครื่องมือทางประวัติศาสตร์” ทำหน้าที่จัดระเบียบเจตจำนงของชนชั้นแรงงาน สร้างจิตสำนึกทางชนชั้น และเชื่อมโยงอุดมการณ์เข้ากับการปฏิบัติจริง กรัมชี่ยังปฏิเสธแนวคิดกำหนดนิยมทางเศรษฐกิจ (Economic Determinism) ที่มองว่าการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมโดยอัตโนมัติ แต่ให้ความสำคัญกับบทบาทของการจัดตั้งทางการเมือง อุดมการณ์ และวัฒนธรรม พรรคจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือของชนชั้นกรรมาชีพในการยึดอำนาจรัฐ แต่ต้องสามารถสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และผู้นำที่เกิดขึ้นจากฐานประชาชน ขณะที่ สภาโรงงาน ก็ไม่ได้มีหน้าที่เพียงต่อสู้เรื่องค่าแรงหรือเงื่อนไขการทำงาน หากยังเป็นพื้นที่สำหรับสร้างการมีส่วนร่วมและวัฒนธรรมทางการเมืองแบบใหม่ของชนชั้นแรงงาน การอ
-
หลังชมซีรีส์ “ต้นส้มอยู่บ้านเขาฯ” | หมายเหตุประเพทไทย
2569-08-31 · 25:38รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชวนคุยถึงซีรีส์ “ต้นส้มอยู่บ้านเขา แต่ผลส้มหล่นมาบ้านเราตลอดเลย” (When Oranges Fall) ทาง GMMTV โดยเป็นซีรีส์สร้างจากนิยายของ “Littleskyofme” ว่าด้วยความรัก มิตรภาพ การค้นหาตัวเอง และการเติบโตของกลุ่มวัยรุ่นในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ช่วงต้นทศวรรษ 2540 ท่ามกลางรอยต่อระหว่างโลกอะนาล็อกกับดิจิทัล เรื่องราวเริ่มต้นจาก “ผลส้ม” ในบ้านของ “โก๋สอง” ที่หล่นข้ามรั้วไปยังบ้านของ “โก๋หนึ่ง” ก่อนความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มสองคนและกลุ่มเพื่อนจะค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับฤดูกาล ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกและการเริ่มต้นเรียนรู้ ฤดูฝน เป็นความไม่แน่นอน การจากหาย และความรู้สึกที่ค่อย ๆ เติบโต ส่วนฤดูหนาวคือฟ้าหลังฝน เมื่อความสัมพันธ์และความรู้สึกเริ่มชัดเจนขึ้น ทั้งหมดเกิดขึ้นในยุคที่ยังมีโปสเตอร์วงโลโซ และ Taxi ภาพการ์ตูน “One Piece” และ “Dragon Ball” คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โทรศัพท์มือถือยุคแรก และการส่งเบอร์มือถือผ่านแก้วน้ำแดง นอกจากความรัก ซีรีส์ยังเล่าปัญหาธรรมดาแต่สำคัญของวัยรุ่น ตั้งแต่การไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ความกลัวว่าความฝันที่เลือกไว้อาจไม่สำเร็จ การถูกบูลลี่ในโรงเรียน ไปจนถึงความแตกต่างของครอบครัว โก๋หนึ่งเติบโตในบ้านที่พ่อแม่เปิดโอกาสให้ลูกได้ทดลองและค้นหาตัวเอง ขณะที่โก๋สองต้องดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อแม่ต่างมีภาระ จนความเหงาทำให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเพื่อนวัยเดียวกัน กลุ่มเพื่อนอย่าง “ออกัส ออก้า และอชิ” จึงไม่ได้เป็นเพียงตัวประกอบของความรัก แต่ต่างมีเส้นทางการค้นหาตัวเองและช่วยให้กันและกันเข้าใจว่าคนแต่ละคนมีความถนัด ความฝัน และจังหวะการเติบโตไม่เหมือนกัน พร้อมชวนคุยในประเด็น “อัตลักษณ์ทางเพศ” และ “ความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย” ในพื้นที่ที่ค่อนข้
-
ฮลุน โซโล่ มานุษยวิทยา และการเดินทาง | หมายเหตุประเพทไทย
2569-08-24 · 23:29รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ “ฮลุน โซโล่” หรือ บวรทัต เป็งสุข อดีตนิสิตสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยูทูบเบอร์และนักเดินทางแบกเป้ ผู้เดินทางมาแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ก่อนเสียชีวิตอย่างกะทันหันที่ประเทศจอร์เจียเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมย้อนกลับไปชวนคิดถึงชีวิต การศึกษา และการเดินทางของเขาผ่านมุมมองทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา การเรียนสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาแล้วออกเดินทางทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวถือว่า “ทำงานไม่ตรงสาย” จริงหรือ? รายการชวนสำรวจความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง “มานุษยวิทยากับการเดินทาง” ตั้งแต่ Bronislaw Malinowski, Margaret Mead, Clifford Geertz และ Sherry Ortner ไปจนถึงการศึกษาการท่องเที่ยวของ Nelson Graburn, Valene Smith และ Noel B. Salazar ซึ่งต่างชี้ให้เห็นว่า การเดินทางไปสู่โลกทางสังคมที่ไม่คุ้นเคย การพบปะผู้คน และการทำความเข้าใจสถานที่และวัฒนธรรม ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตความรู้ทางมานุษยวิทยา อีกด้านหนึ่ง ชีวิตของฮลุน โซโล่ยังนำไปสู่คำถามเรื่อง “นักเรียนทุน เด็กต่างจังหวัด และความยากจน” เมื่ออดีตนักเรียนทุนจุฬาชนบทที่เคยมีพื้นเพยากจนสามารถออกเดินทางทั่วโลก มีอาชีพและวิถีชีวิตของตนเอง เหตุใดจึงเกิดเสียงวิจารณ์ว่าเขาควรทำงาน “ตอบแทนทุน” หรือไม่ควรใช้ชีวิตในลักษณะดังกล่าว รายการจึงชวนพิจารณาว่า สังคมกำลังกักขังคนที่เคยยากจนไว้ใน “poverty narrative” หรือไม่ คืออนุญาตให้คนจนหลุดพ้นจากความจนทางเศรษฐกิจ แต่กลับไม่ยอมรับเมื่อพวกเขาต้องการเปลี่ยนสถานะ วิถีชีวิต ความฝัน และกลายเป็นพลเมืองของโลกในเชิงสัญลักษณ์ พร้อมชวนคิดประเด็น self-interest กับ selfishness และระหว่าง moral obligation กับ contractual obligati
-
หลังชม The Odyssey (2026) | หมายเหตุประเพทไทย [Live]
2569-08-17 · 1:15:34รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทย (Live) สัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และ ประภาภูมิ เอี่ยมสม ชวนคุยหลังชมภาพยนตร์ The Odyssey (2026) ผลงานกำกับของคริสโตเฟอร์ โนแลน ซึ่งดัดแปลงจาก Odyssey มหากาพย์กรีกโบราณของโฮเมอร์ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดเรื่องราวการเดินทางกลับบ้านของ Odysseus หลังสงครามกรุงทรอยจึงยังสามารถนำกลับมาเล่าและเชื่อมโยงกับโลกปัจจุบันได้ จากประเด็นเรื่อง ชาตินิยม ภาษา และความภาคภูมิใจในอารยธรรมของตนเอง ผ่านการเดินทางของกองทัพ Odysseus ตั้งแต่การพบชาว Cicones ที่ Ismarus ซึ่งกองทัพต้องอาศัยล่ามในการสื่อสาร ไปจนถึงการเผชิญหน้ากับ Polyphemus ยักษ์ตาเดียวที่เหล่าทหารทึกทักว่าไม่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ ก่อนจะพบว่าความคิดดังกล่าวผิดไป หนังจึงพาไปสู่คำถามเรื่องการมอง “คนอื่น” ว่าด้อยกว่าตน ความเย่อหยิ่งจากชัยชนะ และราคาที่ผู้ชนะต้องจ่ายเมื่อการฝ่าฝืนกฎระเบียบเพื่อผลประโยชน์ของตนนำมาซึ่งความรู้สึกผิดและความโดดเดี่ยว อีกประเด็นคือ "xenia" หรือกฎศักดิ์สิทธิ์ว่าด้วยการต้อนรับแขกแปลกหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบสังคมกรีกโบราณ รายการย้อนกลับไปพิจารณากลยุทธ์ ม้าไม้กรุงทรอย ของ Odysseus ตั้งแต่รูปลักษณ์ของม้าไม้ในฉบับของโนแลน ไปจนถึงสภาพอึดอัดของเหล่าทหารที่ซ่อนตัวอยู่ภายใน ก่อนเชื่อมโยงกับการตัดสินใจของ Odysseus และผลที่ตามมา ระหว่างการเดินทางกลับบ้าน เขาพยายามรักษาชีวิตไพร่พล รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น และรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจร่วมกัน กระทั่งกลับถึงอิธากาและต้องเผชิญกับเหล่าชายที่เข้ามาหมายปองภรรยาและยึดครองบ้านของเขา ทำให้คำถามเรื่องการปฏิบัติตามกฎ การละเมิดพันธกรณี และการเคารพซึ่งกันและกันกลับมาอีกครั้ง ส่วนประเด็นภาพแทนของผู้หญิง ชวนเปรียบเทียบ Penelope, Calypso และ Circe ในภาพยนตร์กั
-
'บ้านนี้ไม่มีรัก' เพราะครอบครัวเดี่ยว...รักจึงพรากจากเราไป | BookBar EP.20
2569-08-14 · 1:13:43รายละเอียดตอน
ระบบทุนนิยมตีกรอบจินตนาการที่เรามีต่อครอบครัว เราไม่สามารถนึกถึงครอบครัวรูปแบบอื่นได้นอกจากครอบครัวเดี่ยว สิ่งนี้วางภาระอันหนักอึ้งบนบ่าของผู้หญิง-เมีย แม่ ผู้ดูแล เขาจึงเสนอแนวทางแบบฉีกกรอบ นั่นคือล้มระบบครอบครัวเดี่ยวและนำสิ่งอื่นมาทดแทน เพื่อป้องกันวิกฤตการดูแลและนำความรักกลับบ้าน #BookBar ชวนพูดคุยกับ ศาสตราจารย์ สรวิศ ชัยนาม ผู้เขียนหนังสือ ‘บ้านนี้ไม่มีรัก’ ชวนตั้งคำถามต่อระบบ 'ครอบครัวแบบเดิม' จินตนาการถึงครอบครัวแบบใหม่ที่ออกไปจากกรอบทุนนิยม ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท' YouTube Spotify Apple Podcasts Podbean
-
จากคำแซวเชิงคุกคามถึงละเมิดทางเพศ คนข้ามเพศไทยเผชิญความรุนแรงอย่างไร | Gender Unboxed Ep.2
2569-08-14 · 53:18รายละเอียดตอน
หลังม่านของประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็น “สวรรค์ของ LGBTQ แห่งเอเชีย” คนข้ามเพศในไทยยังคงเผชิญกับความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่คำแซวในที่ทำงานที่ล้ำเส้นกลายเป็นคุกคาม ไปจนถึงการทำร้ายร่างกายและการล่วงละเมิดทางเพศ ประชาไทคุยกับ อาทิตยา อาษา ผู้จัดการเครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียม (TransEqual) เกี่ยวกับความรุนแรงต่อคนข้ามเพศในไทย และอคติทางเพศที่ยังข้ามไม่พ้น ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมจากความเกลียดชัง และภาครัฐยังไม่มีการเก็บข้อมูลว่าอาชญากรรมเหล่านี้คืออะไรและเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน รายการ Gender Unboxed เป็นรายการ podcast ซีรี่ส์ใหม่จากประชาไท ที่จะพาคุณออกนอกกล่องเพศเพื่อมองประเด็นสังคมต่างๆ ในมุมใหม่ สามารถติดตามได้ในทุกช่องทางของประชาไท
-
กุลลดาอาลัย | หมายเหตุประเพทไทย
2569-08-10 · 22:54รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชานันท์ ยอดหงษ์ และ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี ชวนรำลึกถึง กุลลดา เกษบุญชู มี้ด ผ่านแนวทางการศึกษาที่อาจเรียกได้ว่า “กุลลดา School” หรือ “สำนักกุลลดา” ซึ่งมองการเปลี่ยนผ่านของรัฐไทย ตั้งแต่รัฐศักดินา การก่อรูปของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปจนถึงรัฐไทยสมัยใหม่ โดยวางประวัติศาสตร์การเมืองไทยไว้ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจการเมืองโลก ผ่านกรอบ เศรษฐศาสตร์การเมืองเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Political Economy) แกนสำคัญของวิธีคิดนี้คือ การไม่มองรัฐ ผู้นำ หรือสถาบันการเมืองเป็นผู้กระทำที่มีเอกภาพและสามารถเลือกยุทธศาสตร์ได้อย่างอิสระ หากต้องอธิบายสิ่งเหล่านี้ผ่านโครงสร้างทางประวัติศาสตร์ พลังทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงของระบบทุนนิยมโลก ตั้งแต่ยุค Pax Britannica หรือยุคจักรวรรดินิยมอังกฤษ ไปจนถึง Pax Americana หรือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุคที่สหรัฐอเมริกามีอิทธิพล ประเด็นโลกาภิวัตน์ เสรีนิยมใหม่ สนธิสัญญา การปฏิรูปรัฐ การเปลี่ยนแปลงของชนชั้น ระบบราชการ ชาติ และชาตินิยม จึงไม่ได้เป็นเหตุการณ์แยกจากกัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐไทย พลังทางสังคม และระบบโลก โดยในรายการตอนนี้ หยิบยกผลงานสำคัญของอาจารย์กุลลดาอย่าง The Rise and Decline of Thai Absolutism (2547) (แปลเป็นภาษาไทยในชื่อ “ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์: วิวัฒนาการรัฐไทย”) มาชวนคุยถึงข้อเสนอที่แตกต่างจากคำอธิบายคลาสสิกเรื่อง “สงครามสร้างรัฐ” โดยกุลลดาเสนอว่า การเปลี่ยนจากรัฐศักดินาไปสู่รัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของสยามในปลายศตวรรษที่ 19 ต้องพิจารณาแรงกดดันและโอกาสจากการเชื่อมต่อกับทุนนิยมการค้าโลก ตั้งแต่ความขัดแย้งด้านการค้า สนธิสัญญาเบาว์ริง การจัดระบบแรงงาน ไปจนถึงการรวมศูนย์อำนาจในร
-
ประกอบร่างสร้างความจนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ | หมายเหตุประเพทไทย [Live]
2569-08-04 · 53:06รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทย Live สัปดาห์นี้ชวนอ่าน "กระบวนการประกอบสร้างความจนในสังคมเสรีนิยมใหม่ กรณีศึกษา: บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" (2566) ผลงานของ ยุวดี วงศ์วีระประเสริฐ ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสหวิทยาการ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งศึกษานโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่วงปี 2559–2562 ผ่านกรอบแนวคิดเสรีนิยมใหม่ เพื่อทำความเข้าใจว่ารัฐนิยามและจัดการกับ "ความยากจน" อย่างไร งานวิจัยชี้ว่า นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ได้เป็นเพียงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่ยังมาพร้อมกระบวนการกำหนดนิยามของ "คนจน" ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง การพิสูจน์ตัวตน และเงื่อนไขการเข้าถึงสิทธิ ทำให้ความยากจนถูกแปลงเป็นตัวเลขและคุณลักษณะที่รัฐสามารถจำแนก ควบคุม และบริหารจัดการได้ จากการศึกษาภาคสนามในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้วิจัยพบว่า กระบวนการดังกล่าวส่งผลต่อการรับรู้ของผู้คนเกี่ยวกับความจน และทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าถึงสวัสดิการต้องเรียนรู้ที่จะพิสูจน์ความยากจนของตนเองตามเกณฑ์ของรัฐ ขณะเดียวกัน ผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์หรือไม่สามารถพิสูจน์ตนเองได้ก็อาจถูกกันออกจากระบบการช่วยเหลือ แม้จะเผชิญปัญหาความยากจนในชีวิตจริง งานวิจัยจึงเสนอว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นมากกว่านโยบายสวัสดิการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประกอบสร้างความหมายของ "ความยากจน" ภายใต้แนวคิดเสรีนิยมใหม่ ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ การเมือง และการจัดการประชากร พร้อมชวนตั้งคำถามว่า ใครคือผู้มีสิทธิถูกนับว่า "จน" และใครคือผู้ที่ถูกทิ้งไว้ภายนอกนิยามดังกล่าว ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
-
สมรส (ไม่) เท่าเทียม เมื่อคู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนได้ แต่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ | Gender Unboxed Ep.1
2569-07-27 · 48:59รายละเอียดตอน
กว่า 400 วันหลัง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังไม่คืบหน้า แม้เดิมมีเป้าหมายให้ดำเนินการภายใน 180 วัน ขณะเดียวกัน บางหน่วยงานยังลังเลที่จะบังคับใช้กฎหมายที่มีความเป็นกลางทางเพศอยู่แล้ว ส่งผลให้คู่สมรสหลากหลายเพศยังเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิในฐานะครอบครัว รายการ Gender Unboxed Podcast ซีรีส์ใหม่จากประชาไท ชวนพูดคุยกับ นัยนา สุภาพึ่ง จากมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ หรือ For-SOGI ถึงอุปสรรคหลังประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยเฉพาะปัญหาการแก้ไขกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและการปฏิบัติของหน่วยงานรัฐที่ยังไม่สอดคล้องกับหลักการของกฎหมายใหม่ นัยนากล่าวถึงสถานการณ์หลังการประกาศใช้ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมว่า แม้กฎหมายดังกล่าวจะเป็นหมุดหมายสำคัญของสิทธิความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย แต่ในทางปฏิบัติยังมีช่องว่างจำนวนมาก โดยเฉพาะกฎหมายลำดับรองหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับสถานะครอบครัว คู่สมรส บิดามารดา และบุตร ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ หนึ่งในกรณีที่สะท้อนปัญหาดังกล่าวคือคู่รักชายรักชายคู่หนึ่งที่ถูกปฏิเสธไม่ให้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าทั้งคู่จดทะเบียนสมรสก่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ เนื่องจากเป็นการจดทะเบียนสมรสที่สถานทูตอังกฤษในประเทศเวียดนาม ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสิทธิในฐานะคู่สมรสและครอบครัว ภายหลัง ทั้งคู่ต้องยื่นเรื่องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อขอให้มีคำวินิจฉัย แต่กลับได้รับคำตอบว่ายังไม่มีกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน และต้องรอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความก่อน กรณีนี้จึงสะท้อนปัญหาความไม่แน่นอนของการบังคับใช้กฎหมาย และภาระที่ตกอยู่กับประชาชนซึ่งต้องต่อสู้เพื่อยืนยันสิทธิของตนเอง นัยนา
-
โลกของคนไร้บ้าน’ ชีวิตข้างทางที่ไม่ได้มีแง่เดียว | BookBar EP.19
2569-07-27 · 42:45รายละเอียดตอน
เมื่อบ้านกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ขาดไม่ได้ เพราะมันเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับสิทธิ สวัสดิการ รวมถึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยและสถานที่ติดต่อกับผู้อื่น ทำให้เมื่อกลายเป็น ‘คนไร้บ้าน’ จึงถูกมองเป็นสิ่งแปลกแยกจากสังคม เพราะพวกเขาไม่มี ‘บ้าน’ ให้เราเชื่อมโยงด้วย BookBar ชวนพูดคุยกับ รศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เขียนหนังสือ ‘โลกของคนไร้บ้าน’ โดยดัดแปลงจากวิทยานิพนธ์เรื่อง ‘เปิดพรมแดน : โลกของคนไร้บ้าน’ ซึ่งพาเราไปทำความรู้จักวิถีชีวิตและมุมมองของคนไร้บ้านหลากแง่มุม ผ่านการลงภาคสนามในกรุงเทพฯ กว่า 3 ปี
-
เปิดตำรากฎหมาย หลังชมทนายปีศาจ | หมายเหตุประเพทไทย
2569-07-27 · 24:35รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ พูดคุยกับ ธันยธรณ์ โรจน์มหามงคล นักวิชาการจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนเปิดตำรากฎหมายหลังชมซีรีส์ ทนายปีศาจ เพื่อสำรวจว่า เมื่อมองผ่านมุมมองทางนิติศาสตร์ ซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนอะไรเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและระบบกฎหมายไทย ทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างอำนาจตุลาการกับประชาชน อำนาจตุลาการแบบไทย มีตัวแบบใกล้เคียงกับชาติไหน พร้อมชวนคุยเรื่องบทบาทของอำนาจตุลาการกับการจัดการความขัดแย้งทางการเมือง และอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อเราอยู่ในระบอบไฮบริดจ์ที่องค์ประกอบประชาธิปไตยและไม่เป็นประชาธิปไตยมาอยู่ด้วยกัน ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย #ทนายปีศาจ
-
อ่าน Moana ผ่านกรอบสตรีนิยม–หลังอาณานิคม | หมายเหตุประเพทไทย
2569-07-27 · 22:22รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ประภาภูมิ เอี่ยมสม และต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี แนะนำบทความ “Disney’s Moana and the Media Portrayal of Feminism/Post-feminism and Political Correctness” ของ Daisuke Akimoto ตีพิมพ์ใน Journal of Gender, Culture and Society ปี 2026 ซึ่งวิเคราะห์ภาพยนตร์แอนิเมชัน Moana (2016) และ Moana II (2024) ผ่านกรอบแนวคิดสตรีนิยม โพสต์เฟมินิสม์ และความถูกต้องทางการเมือง พร้อมทบทวนข้อวิจารณ์เรื่องอคติทางสีผิว การฉกฉวยทางวัฒนธรรม และแนวคิดแบบอาณานิคมที่มีต่อภาพยนตร์ชุดนี้ ในบทความผู้เขียนเสนอว่า แม้ภาพยนตร์จะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่การสรุปว่า Moana เป็นเพียงผลผลิตของการล่าอาณานิคมและการฉกฉวยวัฒนธรรมถือเป็นการกล่าวเกินจริงในมุมสตรีนิยม โมอานา (Moana) ถูกนำเสนอในฐานะเจ้าหญิงดิสนีย์ที่แตกต่างจากตัวละครรุ่นก่อน เป้าหมายของเธอไม่ใช่การแต่งงานหรือการตามหาความรัก แต่เป็นการช่วยเหลือชุมชนและเติบโตขึ้นเป็นผู้นำ เธอใช้ความกล้าหาญ ความเข้มแข็งทางอารมณ์ และความเมตตา โดยมีแม่ ยาย และเทพีเทฟิติ (Te Fiti) เป็นแรงสนับสนุนสำคัญ ขณะเดียวกัน นักวิชาการบางส่วนยังอ่านตัวละครเมาอิ (Maui) และพ่อของโมอานา (Chief Tui) ผ่านแนวคิดปิตาธิปไตยและความเป็นชายแบบล้นเกิน ซึ่งสะท้อนการควบคุมอำนาจและการจำกัดบทบาทของผู้หญิง รายการยังชวนสำรวจข้อถกเถียงเรื่องภาพแทนของชนพื้นเมืองแปซิฟิก ทั้งการออกแบบตัวละครเมาอิ รอยสัก เผ่าคาคามอรา และกรณีเสื้อบอดีสูทรอยสักเมาอิที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการนำศิลปะศักดิ์สิทธิ์ของชนพื้นเมืองมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า รวมถึงข้อวิจารณ์ว่าดิสนีย์สร้างภาพ “โพลีนีเซีย” ผ่านสายตาตะวันตก โดยหลีกเลี่ยงประวัติศาสตร์การล่าอาณานิคมและการผนวกฮาวายของสหรัฐอเมริกา สำหรับ Moana II บทความกล่าวถึงก
-
Teach You a Lesson อย่างนี้ต้องโดนสั่งสอน | หมายเหตุประเพทไทย
2569-07-16 · 1:02:51รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และประภาภูมิ เอี่ยมสม ชวนพูดคุยจากซีรีส์เกาหลี Teach You a Lesson (2026) เผยแพร่ทาง Netflix ที่พาผู้ชมเข้าสู่โลกสมมติซึ่งรัฐบาลจัดตั้ง “สำนักงานคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา” (ERPB) ส่งเจ้าหน้าที่พิเศษเข้าไปจัดการความรุนแรงในโรงเรียนด้วยวิธีการที่กฎหมายปกติทำไม่ได้ ซีรีส์ตั้งคำถามว่า เมื่อระบบการศึกษาล้มเหลว การใช้กำลังสามารถเป็นทางออกของปัญหาได้จริงหรือไม่ ชวนวิเคราะห์ตัวละครสำคัญอย่าง นาฮวาจิน อดีตทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ผู้ใช้กำลังอย่างเด็ดขาดในการจัดการปัญหา อิมฮันริม ผู้ตรวจการที่เคยเป็นเหยื่อความรุนแรง และ เจ้าหน้าที่บง ผู้ใช้ไหวพริบ เทคโนโลยี และความเข้าอกเข้าใจผู้คนในการแก้ปัญหา พร้อมชวนตั้งคำถามถึงวิธีการรับมือกับความรุนแรงในโรงเรียนผ่านตัวละครทั้งสาม อีกด้านหนึ่ง ซีรีส์ไม่ได้ทำให้นักเรียนเป็น "ตัวร้าย" โดยสิ้นเชิง แต่ชวนมองว่าทั้งนักเรียน ครู และผู้ปกครองต่างเป็นผลผลิตของโครงสร้างทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น การแข่งขันในระบบการศึกษา อิทธิพลของโซเชียลมีเดีย การบูลลี่ และแรงกดดันจากครอบครัว ซึ่งล้วนมีส่วนหล่อหลอมความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียน นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงเนื้อหาในซีรีส์กับสถานการณ์จริงของเกาหลีใต้ ทั้งการประท้วงของครูทั่วประเทศ การออกกฎหมายคุ้มครองครูจากการร้องเรียนโดยผู้ปกครอง และบทบาทของสหภาพแรงงานครู พร้อมชวนผู้ชมตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของการสร้างระบบการศึกษาที่ทำให้ครูสามารถทำหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องพึ่งพาการใช้กำลังเป็นคำตอบ Teach You a Lesson จึงเป็นมากกว่าซีรีส์แอ็กชันในรั้วโรงเรียน แต่เป็นจุดตั้งต้นให้ผู้ชมทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษา ความรุนแรง อำนาจรัฐ และโครงสร้างทางสังคม ผ่านเ
-
เสรีภาพทางศาสนาช่วยคุ้มครองสิทธิความหลากหลายทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย
2569-07-06 · 24:41รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ ชวนพูดคุยจากเหตุล้อมกรอบทำร้ายผู้มีความหลากหลายทางเพศในซอยรามคำแหง 53 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าดูหมิ่นคัมภีร์อัลกุรอาน จนจุดประกายคำถามสำคัญว่า เมื่อเสรีภาพทางศาสนากับสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศดูเหมือนจะปะทะกัน เราควรทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของสุทธิทั้งสองอย่างไร รายการชวนอ่านบทความวิชาการ "The Other Way Around? How Freedom of Religion May Protect LGBT Rights" (2020) ของ Dag Øistein Endsjø ซึ่งผู้เขียนเสนอให้ "พลิกกลับ" กรอบคิดที่มักมองว่า เสรีภาพทางศาสนา กับ สิทธิ LGBT เป็นคู่ขัดแย้งโดยธรรมชาติ พร้อมชี้ให้เห็นว่า เสรีภาพทางศาสนาอาจเป็นฐานสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศได้เช่นกัน บทความอธิบายว่าศาสนาไม่เคยมีจุดยืนต่อต้าน LGBT+ อย่างเป็นเอกภาพตลอดประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ อิสลาม ฮินดู หรือคริสต์ ต่างก็มีการตีความที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย อีกทั้งในปัจจุบันยังมีนิกายและชุมชนศาสนาจำนวนมากที่สนับสนุนความเสมอภาคของ LGBT+ ดังนั้น การอ้าง "เสรีภาพทางศาสนา" เพื่อปฏิเสธสิทธิของ LGBT+ จึงไม่ใช่การตีความเพียงแบบเดียว และไม่ใช่ผู้ผูกขาดความหมายของศาสนา ในรายการยังชวนสำรวจแนวคิดเรื่อง Negative Freedom of Religion หรือเสรีภาพทางศาสนาในเชิงลบ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงเสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่รวมถึงสิทธิที่จะไม่นับถือศาสนา หรือไม่ถูกบังคับให้ดำเนินชีวิตตามหลักความเชื่อของผู้อื่นด้วย ผู้เขียนบทความจึงเสนอว่า ในหลายกรณี ความขัดแย้งที่แท้จริงไม่ใช่ "ศาสนา vs LGBT+" หากแต่เป็น "เสรีภาพทางศาสนาแบบหนึ่ง" ปะทะกับ "เสรีภาพทางศาสนาอีกแบบหนึ่ง" ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีสิทธิได้รับการคุ้มครองในระบอบสิท
-
แม่และความเป็นอื่น: นวนิยายเควียร์ว่าด้วยตัวตนที่ไม่สมบูรณ์แบบใน ‘อันกามการุณย์’ | BookBar EP.18
2569-07-02 · 43:34รายละเอียดตอน
ลลนาชัดเจนกับตัวเองว่าเป็นใคร และเป็นเพศอะไร โดยไม่จำเป็นต้องสู้รบตบมือกับใคร ส่วนการจะพาตัวเองไปสู่จุดที่เป็นตัวตนอย่างแท้จริงนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะสังคมและผู้คนรอบตัวมักเข้ามากำหนดกรอบชีวิตของผู้อื่นอยู่เสมอ เมื่อเธอต้องรับบทเป็นทั้งเมีย แม่ และผู้ชาย ความแตกต่างจากเส้นที่สังคมขีดไว้จึงก่อให้เกิดความยุ่งเหยิงในชีวิต #BookBar ชวนพูดคุยกับลาดิด (LADYS) นักเขียนและผู้ร่วมก่อตั้งสำนักพิมพ์ลาดิดและมูนสเคป ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวที่นำมาสู่ชีวิตของลลนา พร้อมชวนมองสังคมไทยที่ประเด็นความหลากหลายทางเพศยังคงถูกทำความเข้าใจอย่างผิวเผิน ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท' YouTube : https://www.youtube.com/watch?v=5cRuMG26QvY Spotify : https://pct.fyi/podcast-spotify Apple Podcasts : https://pct.fyi/podcast-apple Podbean : https://pct.fyi/podbeen
-
PattyQueer Diplomacy การทูตเทย สิทธิ เพศวิถี | หมายเหตุประเพทไทย
2569-06-29 · 25:18รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ ชานันท์ ยอดหงษ์ และทศพล นพสุวรรณชัย ชวนพูดคุยเรื่อง “Queer Diplomacy” หรือความสัมพันธ์ระหว่างการทูตกับสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผ่านหนังสือ Queer Diplomacy: Homophobia, International Relations and LGBT Human Rights ของ Douglas Victor Janoff (2022) อดีตนักกิจกรรมและนักการทูตแคนาดา ผู้เคยมีประสบการณ์ทั้งในฐานะผู้ประท้วงเรียกร้องสิทธิ LGBT อยู่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ และในเวลาต่อมากลับเข้าไปทำงานอยู่ภายในองค์การระหว่างประเทศแห่งเดียวกันในฐานะนักการทูต รายการชวนย้อนสำรวจประวัติศาสตร์การกีดกันผู้มีความหลากหลายทางเพศในแวดวงการทูตและความมั่นคง ตั้งแต่การทำให้การรักเพศเดียวกันเป็นอาชญากรรมและความเจ็บป่วยในยุโรป การรวมตัวของขบวนการเคลื่อนไหวในปลายศตวรรษที่ 19 การปราบปรามภายใต้ระบอบนาซีเยอรมนี ไปจนถึงยุคสงครามเย็นที่เกิดปรากฏการณ์ Lavender Scare ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งผู้มีความหลากหลายทางเพศถูกมองว่าภัยต่อความมั่นคงของชาติ จนกระทั่งเหตุการณ์ Stonewall Riots ในปี 1969 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ LGBTQ+ ในโลกตะวันตก จากการต่อสู้ในระดับภายในประเทศ ประเด็นสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศค่อย ๆ ขยายเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศ ผ่านบทบาทของนักการทูต ภาคประชาสังคม และองค์การระหว่างประเทศ โดยหนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือสุนทรพจน์ของฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในปี 2011 ที่ประกาศว่า “Gay rights are human rights” ซึ่งทำให้ประเด็นดังกล่าวถูกผนวกรวมเข้ากับนโยบายต่างประเทศและกลไกสิทธิมนุษยชนระดับโลกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การผลักดันวาระเรื่องสิทธิ LGBTQ+ ในระดับสากลไม่ได้ดำเนินไปโดยปราศจากแรงต้าน หลายประเทศมองว่าการส่ง
-
ประวัติศาสตร์ หมุดหมาย กระจายอำนาจ | หมายเหตุประเพทไทย
2569-06-23 · 21:06รายละเอียดตอน
ก่อนถึงวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยา หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชวนสำรวจประวัติศาสตร์การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นไทย ตั้งแต่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ผ่านยุคเผด็จการทหาร ช่วงประชาธิปไตยเบ่งบาน การปฏิรูปท้องถิ่นหลังพฤษภา 2535 จนถึงยุคที่การกระจายอำนาจชะงักงัน ทำไมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ จึงเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องในยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน? เหตุใดกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาจึงมีสถานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ? และถึงแม้จะมีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น แต่ทำไมท้องถิ่นจำนวนมากยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านอำนาจ งบประมาณ และการตัดสินใจจากส่วนกลาง ร่วมทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างรัฐส่วนกลาง ข้าราชการส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านงานศึกษาของ กิรพัฒน์ เขียนทองกุล หัวข้อ “สถานภาพการเรียนการสอนวิชาการปกครองท้องถิ่นในสถาบันอุดมศึกษาไทย” (2559) วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อมองอนาคตของการกระจายอำนาจไทย ในห้วงที่คำถามเรื่อง “เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ” “ยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค” และการปฏิรูประบบปกครองท้องถิ่น ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญของสังคมไทย
-
'ศิลปะแห่งการมองโลกแง่ร้าย' วิธีอยู่ในโลกร้ายที่ไม่ควรมีอยู่ตั้งแต่ต้น | BookBar EP.17
2569-06-17 · 35:46รายละเอียดตอน
อาร์เธอร์ โชเปนฮาวเออร์ นักปรัชญาชาวเยอรมันในศตวรรษที่ 19 ผู้มืดมน หม่นหมอง และอมทุกข์ เขาไม่ใช่มนุษย์คนแรกที่มองโลกแง่ร้าย แต่น่าจะเป็นคนแรกๆ ที่ทำให้มันเป็นระบบและศิลปะ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเนื้อหาสาระของเขา มันทำให้เราพบว่าบางทีโลกต้องการคนมองโลกในแง่ร้ายผู้เป็น "เพื่อนร่วมทุกข์" มากกว่าที่มีอยู่ตอนนี้ ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท' YouTube : https://www.youtube.com/watch?v=m0DFi-E4SdI Spotify : https://pct.fyi/podcast-spotify Apple Podcasts : https://pct.fyi/podcast-apple Podbean : https://pct.fyi/podbeen
-
คุยกับผู้กำกับ นักแสดง 'ทนายปีศาจ' | หมายเหตุประเพทไทย
2569-06-15 · 23:01รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ พูดคุยกับผู้กำกับและนักแสดงจากซีรีส์ ทนายปีศาจ ซึ่งประกอบด้วย ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับและผู้เขียนบทร่วม จักริน เทพวงค์ ผู้กำกับร่วมและผู้เขียนบทร่วม รฐา โพธิ์งาม ณัฏฐ์ กิจจริต สองนักแสดงนำ ทนายปีศาจ จัดเป็นซีรีส์ดรามาชั้นศาล (Legal / Courtroom Drama Series) มีฉากเกี่ยวข้องกับการว่าความในศาล การปะทะกันทางความคิดและแผนการอันแยบยล ซีรีส์แนวนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เช่นเรื่อง The Lincoln Lawyer (2022 – ปัจจุบัน) จากสหรัฐอเมริกา Extraordinary Attorney Woo (2022) และ Juvenile Justice (2022) จากเกาหลีใต้ ทนายปีศาจ จึงถือเป็นซีรีส์ดราม่าชั้นศาลของไทยเรื่องแรกจาก Netflix ที่ตีความการเล่าเรื่องรูปแบบใหม่ให้ผู้ชมทั่วโลกเข้าถึงได้ ซีรีส์ดรามาชั้นศาลมักจะได้รับความนิยมเมื่อผู้คนสิ้นหวังต่อกลไกและกระบวนการยุติธรรมของรัฐ ซีรีส์กระตุ้นให้ผู้ชมทบทวนว่าความจริงไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวและผลักให้คิดหลายมุม ในเรื่อง ทนายปีศาจ จิตตรี (รับบทโดย รฐา โพธิ์งาม) เสนอตัวเป็นทนายฝ่ายจำเลยช่วยว่าความให้ เมฆ (รับบทโดย ณัฏฐ์ กิจจริต) โดยมีเงื่อนไขว่าเมฆต้องมาทำงานร่วมกัน เปรียบเหมือนการปะทะของสองชุดความคิด จิตตรีมุ่งมั่นแค่ให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการโดยไม่สนใจวิธีการ เมฆยึดมั่นอุดมการณ์ หนทางที่ถูกต้องสำคัญกว่าเป้าหมายปลายทาง จิตตรีและเมฆมาร่วมทีมเพื่อเรียนรู้บางอย่างจากกัน ในขณะเดียวกัน การจับคู่สองตัวละครนี้แสดงให้เห็นการต่อสู้ระหว่าง “หญิงร้าย” กับ “นายสิ้นท่า” ในสังคมปิตาธิปไตย ผู้เสียเปรียบ (Underdog) ยังคงเป็นผู้หญิง คนชายขอบ ชนชั้นแรงงาน และขยายวงกว้างรวมชนชั้นกลางผู้มีต้นทุนทางสังคมด้วย เมฆมีอาชีพเป็นทนายและเป็นลูกผู้พิพากษาด้วย ซีรีส์เรื่อง
-
หนังวาบหวิวยุคเผด็จการเกาหลีใต้ | หมายเหตุประเพทไทย
2569-06-08 · 22:49รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ประภาภูมิ เอี่ยมสม และปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ ชวนพูดคุยตั้งต้นจากซีรีส์ Aema (มาดามแอมา) ของ Netflix ซึ่งพาผู้ชมย้อนกลับไปยังวงการภาพยนตร์เกาหลีใต้ในทศวรรษ 1970-1980 ภายใต้ระบอบเผด็จการของพัคชองฮีและชอนดูฮวัน ช่วงเวลาที่รัฐควบคุมสื่ออย่างเข้มงวด แต่ในขณะเดียวกันกลับเปิดพื้นที่ให้ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศและความวาบหวิวเติบโตขึ้นอย่างน่าสนใจ จากจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ Madame Aema (1982) ที่มักถูกเรียกว่า “หนังอีโรติกเรื่องแรกของเกาหลีใต้” รายการชวนสำรวจประวัติศาสตร์ของ “หนังวาบหวิว” ของเกาหลีใต้ตั้งแต่ยุค “Hostess Films” ในสมัยพัคชองฮี ซึ่งเล่าเรื่องหญิงชนชั้นแรงงานที่ถูกผลักเข้าสู่อุตสาหกรรมบริการทางเพศ ท่ามกลางความยากจน การกดขี่ และการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเผด็จการ ไปจนถึงยุค “Erotic Films” ในสมัยชอนดูฮวัน ที่รัฐผลักดันนโยบาย 3S (Sports, Screens, Sex) เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนออกจากการเมืองหลังเหตุการณ์สังหารหมู่กวางจู เหตุใดรัฐบาลที่เคร่งครัดเรื่องศีลธรรมจึงยอมให้หนังเกี่ยวกับเรื่องเพศผ่านการเซ็นเซอร์ได้? หนังเหล่านี้เป็นเพียงความบันเทิงราคาถูก หรือเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจ ร่างกาย เพศสภาพ และการควบคุมทางการเมือง? และอะไรคือความแตกต่างระหว่างผู้หญิงผู้ถูกกดขี่ในหนัง "Hostess Films" กับผู้หญิงชนชั้นกลางในหนังอีโรติกยุค 1980s? ติดตามการเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ภาพยนตร์เกาหลีใต้ ที่เผยให้เห็นว่าแม้เผด็จการจะพยายามควบคุมการแสดงออกทางการเมืองเพียงใด แต่เรื่องเพศ ความปรารถนา และอุตสาหกรรมบันเทิง ก็ยังเป็นพื้นที่สำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ทุน เพศสภาพ และเสรีภาพในการแสดงออกของผู้คนในสังคม พร้อมแนะนำบทความ “Film Censorship P
-
พิพาทดินแดนยิ่งมาก ภูมิภาคยิ่งสงบ? | หมายเหตุประเพทไทย
2569-06-08 · 23:19รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทย [Live] สัปดาห์นี้ ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ และชานันท์ ยอดหงษ์ ชวนอ่านบทความ “Closing Pandora’s Box: Can Shared Vulnerability Underpin Territorial Stability?” ตีพิมพ์ในวารสาร International Organization (2026) บทความตั้งคำถามสำคัญต่อความขัดแย้งเรื่องดินแดนและพรมแดนระหว่างรัฐ ว่าทำไมหลายประเทศจึงเลือก “ยับยั้ง” ความทะเยอทะยานอยากขยายดินแดนของตนเอง แม้จะมีข้อพิพาทหรือมีเหตุผลทางประวัติศาสตร์ในการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนบางแห่งก็ตาม บทความชิ้นนี้สำรวจแนวคิดที่เรียกว่า “Pandora’s box logic” หรือ “ตรรกะกล่องแพนดอรา” ซึ่งมองว่าการเปิดประเด็นแก้ไขพรมแดนหรืออ้างสิทธิ์ดินแดน อาจสร้างปฏิกิริยาลูกโซ่ให้รัฐอื่น ๆ ที่ไม่พอใจกับเส้นเขตแดนลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของตนเองตามไปด้วย จนกระทบเสถียรภาพของทั้งภูมิภาค เพราะเมื่อรัฐหนึ่งเริ่มท้าทายสถานะเดิม ก็อาจไม่มีใครสามารถควบคุมผลลัพธ์ที่ตามมาได้อีก แนวคิดเช่นนี้ถูกใช้บ่อยมากในบริบทของแอฟริกาหลังได้รับเอกราช ซึ่งหลายประเทศเลือกยอมรับพรมแดนเดิมที่มหาอำนาจอาณานิคมขีดไว้ แม้เส้นแบ่งเหล่านั้นจะไม่ได้สอดคล้องกับชาติพันธุ์ ภาษา หรือประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะเกรงว่าหากเปิดประเด็นแก้พรมแดนขึ้นมา จะนำไปสู่ความขัดแย้งไม่รู้จบทั่วทั้งทวีป รายการหมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้จะพาไปสำรวจว่า “ความเปราะบางร่วมกัน” (shared vulnerability) สามารถกลายเป็นพื้นฐานของเสถียรภาพทางดินแดนได้จริงหรือไม่ เมื่อรัฐต่าง ๆ ต่างตระหนักว่าตนเองก็มีจุดอ่อนและอาจตกเป็นเป้าของการอ้างสิทธิ์เช่นเดียวกัน จึงเลือก “ยับยั้งกันและกัน” เพื่อรักษาสถานะเดิมเอาไว้ อย่างไรก็ตาม บทความนี้ไม่ได้มองโลกในแง่ดีเกินไป ผู้เขียนเสนอผ่านแบบจำลองทางทฤษฎีว่า แม้ความร่วมมือเพื่อรักษาพรมแดนเดิมจะเก
-
เพศภาวะและอาณานิคมในสมัย ร.4 | หมายเหตุประเพทไทย
2569-05-27 · 47:33รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทย [Live] เย็นวันอาทิตย์นี้ ชวนอ่านบทความวิชาการ “ไหนๆ เกิดมาเป็นชาย ชีวิตยังไม่ทำลาย ไม่ควรจะประมาทดูหมิ่นกัน”: เพศภาวะและอาณานิคมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผลงานของ วรธิภา สัตยานุศักดิ์กุล และกรพนัช ตั้งเขื่อนขันธ์ เผยแพร่ในวารสารมนุษยศาสตร์วิชาการ ปีที่ 32 ฉบับที่ 1 (มกราคม–มิถุนายน 2568) (อ่านบทความ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/abc/article/view/277180/188594) บทความชิ้นนี้พาผู้อ่านย้อนกลับไปสำรวจการเปลี่ยนแปลงเรื่อง “เพศภาวะ” ของชนชั้นนำสยามในสมัยรัชกาลที่ 4 ช่วงเวลาที่สยามกำลังเผชิญแรงกดดันจากการขยายตัวของจักรวรรดินิยมตะวันตกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ซึ่งไม่ได้ส่งผลเพียงต่อการปฏิรูปบ้านเมืองหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังสั่นคลอนวิธีคิดเรื่อง “ความเป็นหญิง” และ “ความเป็นชาย” ของชนชั้นปกครองสยามด้วย เมื่อสยามต้องเผชิญหน้ากับสายตาและมาตรฐานแบบตะวันตก ชนชั้นนำสยามปรับตัวเรื่องเพศภาวะอย่างไร ความเป็นชายของราชสำนักถูกท้าทายจากทั้งวาทกรรมสตรีนิยมและอุดมคติความเป็นชายแบบจักรวรรดินิยมตะวันตกอย่างไรบ้าง รวมถึงการพยายาม “ปรับแต่ง” ความสัมพันธ์หญิง-ชายให้สอดคล้องกับมาตรฐานศิวิไลซ์แบบตะวันตก โดยยังผสมอยู่กับคุณค่าจารีตเดิมของสังคมสยาม โดยเกิดดีเบตตั้งแต่ประเด็นการมีภรรยาหลายคนในราชสำนัก สามีขายภรรยาและลูกเป็นทาส ไปจนถึงเสรีภาพในการเลือกคู่ครองของสตรี ล้วนกลายเป็นพื้นที่ถกเถียงสำคัญในยุคที่สยามกำลังต่อรองกับโลกสมัยใหม่และอำนาจอาณานิคม บทความนี้ยังชี้ให้เห็นว่า อำนาจของจักรวรรดินิยมตะวันตกไม่ได้จำกัดอยู่แค่กำลังทหารหรือการครอบงำทางเศรษฐกิจ แต่ยังแทรกซึมผ่าน “ความรู้” และ “มโนทัศน์” ที่เข้ามากำหนดว่าอะไ
-
Hannah Arendt และกำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ | หมายเหตุประเพทไทย
2569-05-21 · 25:27รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และชานันท์ ยอดหงษ์ ชวนอ่านหนังสือสำคัญของฮันนาห์ อาเรนต์ (Hannah Arendt) เรื่อง The Origins of Totalitarianism หรือ กำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ผลงานคลาสสิกชิ้นสำคัญทางทฤษฎีการเมืองที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1951 และกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหลังชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2559 ท่ามกลางความสับสนของผู้คนต่อความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสังคมอเมริกัน อาเรนต์เป็นนักคิดการเมืองชาวเยอรมันเชื้อสายยิว ผู้เผชิญภัยคุกคามจากลัทธินาซีและต้องลี้ภัยไปสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เธอเขียนผลงานสำคัญจำนวนมาก เช่น The Human Condition, Eichmann in Jerusalem, On Revolution และ On Violence โดยเฉพาะ The Origins of Totalitarianism ที่พยายามทำความเข้าใจลัทธินาซีและลัทธิสตาลินในฐานะปรากฏการณ์การเมืองรูปแบบใหม่ของศตวรรษที่ 20 หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ลัทธิต่อต้านชาวยิว ลัทธิจักรวรรดินิยม และลัทธิเผด็จการเบ็ดเสร็จ โดย Arendt ไม่ได้เสนอประวัติศาสตร์แบบเหตุและผลอย่างตรงไปตรงมา แต่พยายามสำรวจ “องค์ประกอบ” ทางความคิด สังคม และการปฏิบัติ ที่ค่อย ๆ บรรจบกันจนทำให้ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ในประวัติศาสตร์ สำหรับอาเรนต์ ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จไม่ใช่เผด็จการทั่วไป แต่เป็นรูปแบบการปกครองใหม่ที่มุ่งควบคุมมนุษย์ทั้งภายนอกและภายใน ทำลายความเป็นปัจเจก ความหลากหลาย และความสามารถของมนุษย์ในการริเริ่มสิ่งใหม่ พร้อมเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการอุดมการณ์ที่อ้างความจริงสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น “กฎของธรรมชาติ” ในลัทธินาซี หรือ “กฎของประวัติศาสตร์” ในลัทธิสตาลิน อีกประเด็นสำคัญคือบทบาทของ “ความหวาดกลัว” แ
-
“Flavors of Empire” ก่อร่างสร้างอาหารไทยในอเมริกา | หมายเหตุประเพทไทย
2569-05-11 · 21:19รายละเอียดตอน
“อาหารไทย” ถูกมอง ถูกร่าง ถูกสร้าง และถูกขายอย่างไรในสหรัฐอเมริกา หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ แนะนำหนังสือ Flavors of Empire: Food and the Making of Thai America (2017) ของมาร์ค ผดุงภัทร (Mark Padoongpatt) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเอเชียน-อเมริกันศึกษา มหาวิทยาลัยเนวาดา งานของมาร์คเสนอว่า “อาหารไทย” ไม่ใช่เพียงวัฒนธรรมการกิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สงครามเย็น การอพยพ และความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา โดยชี้ให้เห็นว่า การที่อาหารไทยกลายเป็นที่นิยมในอเมริกา เกิดขึ้นภายใต้บริบทที่สหรัฐฯ มีอิทธิพลต่อไทยทั้งทางทหาร เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเวียดนาม การเปิดตัว “Bangkok Market” ในย่านอีสต์ ฮอลลีวูด เมื่อปี ค.ศ. 1971 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชุมชนไทยในนครลอสแอนเจลิส เพราะตลาดแห่งนี้ทำให้คนไทยเข้าถึงวัตถุดิบสำคัญ เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกแกง หลังจากก่อนหน้านั้นต้องใช้วัตถุดิบทดแทนจากตลาดคนจีนหรือของท้องถิ่น จนไม่สามารถสร้างรสชาติ “ยำ” แบบไทยได้เต็มที่ “Bangkok Market” จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คนไทยรักษาความทรงจำ ความรู้สึกเป็นบ้าน และสร้างเครือข่ายชุมชนในสังคมอเมริกันผ่านอาหาร ในทศวรรษ 1980-1990 ร้านอาหารไทยในลอสแอนเจลิสเติบโตอย่างมาก เริ่มมีแนวคิดอาหารไทยแบบไม่เผ็ด “not-too-spicy” มีกรณีของ Tommy Tang เชฟไทยในเวสต์ ฮอลลีวูด ที่ปรับอาหารไทยให้เข้ากับรสนิยมของชนชั้นกลางอเมริกัน ด้วยอาหารฟิวชันและรสชาติที่ไม่เผ็ดจัดเกินไป ผู้เขียนชี้ว่า ร้านอาหารไทยกลายเป็นพื้นที่ที่ “ความเป็นไทย” ถูกจัดวางและขายให้ผู้บริโภคอเมริกันในฐานะสิ่ง exotic น่าตื่นเต้น และแตกต่าง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องถูกปรับให้อยู่ในรูปแบบที่ตลาดอเมริกันยอมรับได้ หน
-
'โลกหลากสายพันธุ์' ก่อนวันสิ้นโลก | BookBar EP.16
2569-05-07 · 35:46รายละเอียดตอน
ทั้งโลกเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อมร่วมกัน พยายามแก้ไข ซึ่งก็ไม่ค่อยได้ผล อาจจะเพราะความเห็นแก่ตัวแบะเห็นแก่เผ่าพันธุ์ตนเองของมนุษย์...หรือเปล่า? เพราะเราเชื่อว่ามีเราเท่านั้นที่คิดและรู้สึกได้ สิ่งที่มิใช่มนุษย์จึงถูกผลักไปอยู่อีกฝั่ง แต่ถ้าเราคิดว่าก้อนหิน ปลาหมึก หรือวาฬ ก็ไม่ต่างจากเรา จะช่วยให้เรามองเห็นสิ่งอื่นๆ เท่าเทียมกับเรา...หรือเปล่า? #BookBar ตอนนี้สนทนากับเก่งกิจ กิติเรียงลาภ จากภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เขียน 'โลกหลากสายพันธุ์' ก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึง
-
“โง่และขี้เกียจ” อ่านวาทกรรมความจนของชนบทไทยยุคพัฒนา | หมายเหตุประเพทไทย
2569-05-04 · 25:22รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และชานันท์ ยอดหงษ์ ชวนอ่านบทความ “โง่และขี้เกียจ: วาทกรรมความจนของชนบท ของชนชั้นนำไทย ท่ามกลางการปะทะของแนวคิดแบบอเมริกันและวัฒนธรรมจีน พ.ศ. 2500-2514” ของ วิเชิด ทวีกุล และภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ เผยแพร่ในวารสารการบริหารท้องถิ่น ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 (ม.ค.-มี.ค. 2569) (อ่านบทความ) ซึ่งชวนย้อนกลับไปสำรวจ “ยุคพัฒนา” ของรัฐไทย ว่าความยากจนของชนบทถูกอธิบายและทำให้กลายเป็น "ชุดความจริง" ทางสังคมอย่างไร โดยในช่วงที่รัฐไทยเดินหน้าแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 (หรือ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” ในเวลาต่อมา) ภายใต้อิทธิพลความรู้ เงินทุน และเทคนิคจากสหรัฐอเมริกา ภาคชนบทถูกวางให้เป็นฐานรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม แต่ในขณะเดียวกัน คนชนบทกลับถูกอธิบายผ่านวาทกรรมว่า “โง่” เพราะขาดการศึกษา ไม่เปิดรับเทคโนโลยี และหลงเชื่อคอมมิวนิสต์ได้ง่าย รวมถึงถูกมองว่า “ขี้เกียจ” เพราะยังไม่ทำงานหนักพอ ไม่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และไม่ปรับตัวตามแบบการพัฒนาใหม่ของรัฐ นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบ “ชาวชนบทไทย” กับ “คนจีน” ในยุคนั้น เมื่อวาทกรรมเรื่องคนจีนขยัน อดออม ส่งลูกเรียน และถีบตัวขึ้นเป็นชนชั้นกลาง ถูกใช้ตัดกับภาพคนชนบทไทยที่ถูกทำให้ดูไร้การศึกษา ล้าหลัง และต้องรอรัฐเข้าไปพัฒนา ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำอธิบายความจน แต่เป็นวิธีสร้างความชอบธรรมให้รัฐรวมศูนย์เข้าไปจัดการชีวิตชนบท ช่วงท้ายรายงาน ชวนพิจารณามรดกของวาทกรรม “โง่และขี้เกียจ” ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวัฒนธรรมสมัยนิยมและการเมืองไทยร่วมสมัย ตั้งแต่เพลง “ผู้ใหญ่ลี” ที่สะท้อนช่องว่างระหว่างรัฐกับชนบท ไปจนถึงภาษาของรัฐในยุคหลังรัฐประหารที่ยังแฝงท่าทีสั่งสอนประชาชน เช่น แคมเปญรณรงค์ ‘รับ’ ประชามติรัฐ
-
โกฮัง หมาหาบ้าน | หมายเหตุประเพทไทย
2569-04-27 · 58:44รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี ชวนคุยหลังชม โกฮัง..หัวใจโกโฮม ภาพยนตร์จาก 3 ผู้กำกับ ชยนพ บุญประกอบ, นัฐวุฒิ พูนพิริยะ และ อัตตา เหมวดี ที่ชวนมองชีวิต “คนเลี้ยงหมา” ผ่านสายตาของ “หมาหาบ้าน” ใน 3 ช่วงชีวิต 3 ความสัมพันธ์ ได้แก่ ฮิโระ วิศวกรชาวญี่ปุ่น, น้ำชา แม่บ้านชาวพม่าในบ้านพักพิงสุนัข และเปเล่กับใจดี นักศึกษามหาวิทยาลัย เรื่องราวของ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ทำให้ผู้ชมซึ้งเพราะสะเทือนชีวิตของ “หมา” หรือสะท้อนชีวิต “คน” กันแน่ ติดตามได้ในรายการหมายเหตุประเพทไทย [Live] วันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย. เวลาหกโมงเย็น
-
'หนังสือฮีลใจ' ยาชาแก้อาการทุนนิยมเป็นพิษ | BookBar EP.15
2569-04-22 · 32:02รายละเอียดตอน
สิบกว่าปีที่ผ่านมา หนังสือฮีลใจเป็นกระแสที่ยึดพื้นที่ชั้นหนังสือไว้ได้หลายชั้น บางสำนักพิมพ์แตกตัวมาจับตลาดนี้โดยเฉพาะ Book Bar ตอนนี้ร่วมสำรวจปรากฏการณ์หนังสือฮีลใจผ่านมุมมองมานุษยวิทยา คุณจะพบว่าในโลกทุนนิยม หนังสือฮีลใจคือพื้นที่เล็กๆ สำหรับปลอบประโลม หลบภัย ฟื้นฟูเรี่ยวแรง เพื่อกลับไปสู้ใหม่อีกครั้งและอีกครั้ง คือยาชาที่จำเป็นในโลกทุนนิยมเป็นพิษ ไม่ว่าคุณจะมองหนังสือฮีลใจด้วยสายตาแบบไหนก็ตาม
-
เส้นทางชีวิตผู้ลี้ภัยค้าบริการทางเพศกลางกรุง | หมายเหตุประเพทไทย
2569-04-22 · 23:59รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ประภาภูมิ เอี่ยมสม และต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี ชวนสำรวจชีวิตของ “ผู้ลี้ภัยในเขตเมือง” ผ่านวิทยานิพนธ์ “เส้นทางชีวิตของผู้ลี้ภัยที่ค้าบริการทางเพศในกรุงเทพมหานคร” (2567) ของ กวิสรา ทศพะรินทร์ (อ่านวิทยานิพนธ์) ซึ่งศึกษาประสบการณ์ของผู้ลี้ภัยบางส่วนในกรุงเทพฯ ที่ต้องเข้าสู่อาชีพค้าบริการทางเพศท่ามกลางข้อจำกัดด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ และสถานะการอยู่อาศัย ประเทศไทยยังไม่ได้รับรองสถานะผู้ลี้ภัยตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ทำให้ผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่ง แม้ได้รับการรับรองจาก UNHCR แต่ก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย และต้องเผชิญความไม่แน่นอนในการดำรงชีวิต ทั้งความเสี่ยงจากการจับกุม การเข้าไม่ถึงสวัสดิการพื้นฐาน และการรอไปประเทศที่สามโดยไม่มีกำหนดเวลา ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ งานค้าบริการทางเพศจึงถูกมองโดยผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่งว่าเป็นเพียง “ทางเลือกเพื่อความอยู่รอด” มากกว่าจะเป็นอาชีพที่ตั้งใจเลือก รายการชวนทำความเข้าใจทั้งประสบการณ์ของผู้ลี้ภัยหญิงและชาย ตลอดจนมุมมองจากเจ้าหน้าที่รัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และนักวิชาการ ที่สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางกฎหมายและเศรษฐกิจ มากกว่าความล้มเหลวของปัจเจกบุคคล ช่วงท้ายของรายการ ชวนคิดต่อถึงแนวทางเชิงนโยบาย ทั้งการเปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย การเข้าถึงบริการสุขภาพและสวัสดิการ และการลดอคติทางสังคม เพื่อให้ผู้ลี้ภัยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีมากขึ้น #หมายเหตุประเพทไทย
-
'ป่วนนาฬิกา' เวลาไม่ใช่ของเรา | หมายเหตุประเพทไทย
2569-04-12 · 23:44รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และประภาภูมิ เอี่ยมสม ชวนคุยเรื่อง “เวลา” ที่เราอาจคิดว่าเป็นของเรา แต่แท้จริงแล้วอาจถูกกำหนดโดยระบบเศรษฐกิจและสังคมสมัยใหม่ ผ่านบทสนทนากับ สุธิดา วิมุตติโกศล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาและวรรณคดีอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เขียน "ป่วนนาฬิกา: วรรณกรรมคาดการณ์กับอนาคตนอกเวลาทุนนิยม" (2568) โดยชวนตั้งคำถามกับสิ่งที่ดูเหมือนธรรมดาที่สุดในชีวิตประจำวันอย่าง “นาฬิกา” และ “เวลา 24 ชั่วโมงที่เท่ากันของทุกคน” ว่าแท้จริงแล้ว เวลาในโลกทุนนิยมทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือจัดระเบียบชีวิต หรือเป็นกลไกที่กำหนดจังหวะการทำงาน การพักผ่อน และความคาดหวังเรื่องประสิทธิภาพของเราโดยที่เราไม่ทันสังเกต จากตัวอย่างความแตกต่างระหว่างเวลาของคนเมืองกับเวลาของคนเรือที่ผูกกับจังหวะน้ำขึ้นน้ำลง ยังชวนสำรวจว่า “เวลาแบบทุนนิยม” ถูกทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ควบคุมได้ และต้องเดินไปพร้อมกันทั้งระบบอย่างไร พร้อมทั้งตั้งคำถามต่อแนวคิดเรื่อง productivity ที่ค่อย ๆ ถูกทำให้กลายเป็นคุณค่าพื้นฐานของชีวิตสมัยใหม่ อีกช่วงสำคัญของรายการยังชวนทำความเข้าใจแนวคิด ‘speculative fiction’ หรือ ‘วรรณกรรมคาดการณ์’ ในฐานะพื้นที่ทางความคิดที่เปิดให้เราจินตนาการถึงโลกและอนาคตที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นสังคมหลังทุนนิยม โลกหลังหายนะ หรือความเป็นไปได้ของรูปแบบชีวิตที่ไม่ถูกกำกับด้วยเวลามาตรฐานแบบเดียวกัน ท้ายที่สุด ชวนอ่านใหม่ว่าแนวคิด ‘apocalyptic thinking’ ไม่ใช่ความสิ้นหวัง แต่เป็นการคิดถึง “จุดจบ” เพื่อเปิดพื้นที่ให้จินตนาการถึงการเปลี่ยนผ่าน และตั้งคำถามว่าเราจะสามารถมีชีวิตในแบบอื่น ที่ไม่ถูกควบคุมด้วยจังหวะเวลาของระบบเศรษฐกิจได้หรือไม่ #หมายเหตุประเพทไทย #ป
-
ฮาร์เบอร์มาสรำลึก | หมายเหตุประเพทไทย
2569-04-07 · 1:08:07รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชวนรำลึกถึงเจอร์เกน ฮาร์เบอร์มาส (Jürgen Habermas) นักปรัชญา นักสังคมวิทยา นักทฤษฎีวิพากษ์ และปัญญาชนสาธารณะคนสำคัญของยุโรป ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมาในวัย 96 ปี การจากไปของเขาถูกนำเสนอโดยสื่อใหญ่ทั่วโลก และมักได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักคิดสำคัญที่สุดของยุคหลังสงคราม เป็น “มโนธรรมทางศีลธรรม” ของเยอรมนีหลังสงคราม และเป็นบุคคลหลักของสำนักแฟรงก์เฟิร์ตรุ่นที่สอง เทปนี้ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และภาวิน มาลัยวงศ์ จะพาย้อนดูเส้นทางความคิดของฮาร์เบอร์มาส ตั้งแต่ภูมิหลังที่เติบโตขึ้นมาในเยอรมนีช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง การเข้าร่วมสำนักคิด Frankfurt School of Critical Theory และบทบาทของเขาในฐานะผู้สืบทอดทฤษฎีวิพากษ์ที่พยายามฟื้นความหวังให้กับประชาธิปไตยสมัยใหม่ ผ่านผลงานสำคัญอย่าง The Structural Transformation of the Public Sphere, The Theory of Communicative Action และ Between Facts and Norms ฯลฯ ซึ่งเชื่อมโยงประเด็นพื้นที่สาธารณะ การสื่อสาร เหตุผล ประชาธิปไตย และความชอบธรรมทางการเมืองเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังชวนทำความเข้าใจแกนหลักของความคิดฮาร์เบอร์มาส ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่อง public sphere ความเชื่อว่าความเป็นสมัยใหม่และยุคเรืองปัญญายังเป็น “โครงการที่ไม่เสร็จสิ้น” ตลอดจนข้อเสนอเรื่องcommunicative action หรือการสื่อสารที่มุ่งหาความเข้าใจร่วมกันโดยปราศจากการครอบงำ ซึ่งต่อมากลายเป็นฐานคิดสำคัญของประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ รวมถึงการถกเถียงของเขากับทั้งสำนักแฟรงก์เฟิร์ตรุ่นแรกและนักคิดสายหลังสมัยใหม่อย่างมิเชล ฟูโกต์ และฌากส์ แดร์ริดา ไม่เพียงเท่านั้นฮาร์เบอร์มาสในฐานะนักคิดที่ได้รับทั้งคำยกย่องและคำวิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในบั้นปลายชีวิ
-
พลิกโฉมละครไทยสู่ตลาดโลก | หมายเหตุประเพทไทย
2569-03-30 · 22:41รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ประภาภูมิ เอี่ยมสม และชานันท์ ยอดหงษ์ ชวนสำรวจโลกของ “ละคร” ที่อยู่รอบตัวเรา ตั้งแต่ ละครน้ำเน่า ละครหลังข่าวแบบดั้งเดิม ไปจนถึงซีรีส์จีนแนวตั้ง ละครคุณธรรมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และคอนเทนต์จาก Netflix, Disney+ และ HBO เพื่อทำความเข้าใจว่าละครไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมร่วมสมัยที่ผู้ชมบริโภคอยู่ทุกวัน โดยอ้างถึงงานวิจัยเรื่อง “การบริโภคละครโทรทัศน์ไทยผ่านเว็บไซด์ในกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน: กรณีศึกษาประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและจีน” (2562) โดยอัมพร จิรัฐติกร และ อัจฉรียา สายศิลป์ (อ่านงานวิจัย) ซึ่งศึกษาการขยายตัวของผู้ชมละครไทยในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และจีน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของแพลตฟอร์มการรับชมระหว่างปี พ.ศ. 2556–2558 งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าละครไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ชมในประเทศ แต่ได้สร้างฐานแฟนคลับข้ามภาษาและวัฒนธรรมในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง พร้อมชวนดูพัฒนาการความนิยมละครไทยในต่างประเทศ เช่น พม่า กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งผู้ชมเข้าถึงละครไทยได้ง่ายจากความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม ขณะที่ในฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย การรับชมส่วนใหญ่เกิดผ่านอินเทอร์เน็ตมากกว่าการออกอากาศทางโทรทัศน์ ส่วนในจีน ละครไทยเคยมี “ยุคทอง” ระหว่างปี 2551–2554 ก่อนจะชะลอตัวจากนโยบายควบคุมการนำเข้าละครต่างประเทศและข้อจำกัดด้านเนื้อหา อีกประเด็นสำคัญคือบทบาทของ “กลุ่มแฟนซับ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางทางวัฒนธรรม แปลและเผยแพร่ละครไทยให้ผู้ชมต่างชาติ แม้จะอยู่ในพื้นที่ก้ำกึ่งระหว่างความชื่นชอบแบบอาสาสมัครกับข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์และการกำกับดูแลของรัฐ กลุ่มเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อการขยายอิทธิพลของละครไทยในภูมิภาค นอกจากนี้ยังชวนมองก
-
Frankenstein ผู้สร้างและความรับผิดชอบ | หมายเหตุประเพทไทย
2569-03-23 · 22:47รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ประภาภูมิ เอี่ยมสม และ ภาวิน มาลัยวงศ์ ชวนชมและตีความภาพยนตร์ Frankenstein (2025) เวอร์ชันใหม่ของผู้กำกับ Guillermo del Toro ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2026 หลายสาขา โดยได้รับ 3 รางวัล ได้แก่ แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม และออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งดัดแปลงจากนวนิยายคลาสสิคของ Mary Shelley โดยชวนทำความเข้าใจพื้นฐานสำคัญว่า “Frankenstein” คือชื่อของผู้สร้าง ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้น พร้อมตีความความสัมพันธ์ระหว่าง Victor Frankenstein กับสิ่งมีชีวิต (creator) ที่เขาสร้างขึ้น โดยเฉพาะประเด็นความรับผิดชอบของ “ผู้สร้าง” และความโดดเดี่ยวของ “ผู้ถูกสร้าง” ที่ถูกทอดทิ้งตั้งแต่แรกเกิด จนนำไปสู่ความขัดแย้งและการไล่ล่ากันในท้ายที่สุด หนึ่งในประเด็นสำคัญของตอนนี้คือการวิเคราะห์ “ภาษาภาพยนตร์” ของ Guillermo del Toro ที่ใช้แสง สี เสียง และองค์ประกอบศิลป์ในการเล่าเรื่องแทนบทสนทนา โดยยกฉากการพบกันระหว่าง Elizabeth กับสิ่งมีชีวิตมาเป็นตัวอย่างสำคัญ ซึ่งสื่อสารอารมณ์ ความกลัว ความเห็นอกเห็นใจ และการเชื่อมโยงระหว่างตัวละคร ผ่านรายละเอียดอย่างสีเขียวของเครื่องแต่งกาย แสงในพื้นที่ปิด และจังหวะเสียงหายใจ รายการยังชวนตีความความสัมพันธ์เชิงครอบครัวที่ถูกขยายจากต้นฉบับ โดยเฉพาะมิติ “พ่อ–ลูก” และ “แม่–ลูก” ที่สะท้อนผ่านตัวละคร Victor และ Elizabeth พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความหมายของ “ปัญญา” ระหว่างความฉลาดเชิงเหตุผลกับความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นแกนสำคัญของความขัดแย้งในเรื่อง และสัญลักษณ์อย่าง “วงกลม” ที่สะท้อนสภาวะวนลูปของตัวละครที่ไม่สามารถหลุดพ้นจากชะตากรรมของตนเองได้ ท้ายที่สุด ตอนนี้ชวนมอง Frankenstein ไม่ใ
-
2475 นักเขียนผีแห่งสยาม | หมายเหตุประเพทไทย
2569-03-18 · 46:44รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทย EP.618 [Live] ตอน “2475 นักเขียนผีแห่งสยาม” ดำเนินรายการโดย ชานันท์ ยอดหงษ์ และ ภาวิน มาลัยวงศ์ ชวนพูดคุยถึงกราฟิกโนเวล “2475 นักเขียนผีแห่งสยาม” เรื่องโดยสะอาด และพชรกฤษณ์ โตอิ้ม วาดภาพโดย สะอาด เล่าเรื่องในสมัยการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ผ่านสายตาของตัวละครสมมติ “นิภา” นักหนังสือพิมพ์สาวที่เข้าไปพัวพันกับบรรยากาศทางการเมืองก่อนการปฏิวัติ 2475 ประสบการณ์ในวัยเด็กทำให้นิภาใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียน เริ่มจากงานผู้พิสูจน์อักษร และนักเขียนผี อยู่เบื้องหลังงานเขียนของผู้อื่น หลายครั้งต้องใช้นามปากกาที่เป็นผู้ชายเพื่อให้ผลงานได้รับการยอมรับ เรื่องราวของนิภาจึงสะท้อนทั้งอุปสรรคของผู้หญิงในสังคมไทยยุคต้นศตวรรษที่ 20 และข้อจำกัดของการทำงานด้านสื่อมวลชนในสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ตึงเครียด หมายเหตุประเพทไทย [Live] วันอาทิตย์นี้ หกโมงเย็น ชวนมองเหตุการณ์ในยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ผ่านเรื่องเล่าของผู้คนที่อยู่เบื้องหลังสิ่งพิมพ์และข่าวสาร พร้อมทั้งสำรวจบทบาทของนิยายกราฟิกโนเวลสื่อเรื่องประวัติศาสตร์เพื่อให้เข้าถึงผู้อ่านร่วมสมัยได้มากขึ้น
-
ประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทยรุ่งๆ ร่วงๆ | หมายเหตุประเพทไทย
2569-03-09 · 22:01รายละเอียดตอน
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ขอชวนมองย้อนประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทยในช่วงก่อนเศรษฐกิจบูม และสำรวจบทบาทของสื่อการเงินที่ทำหน้าที่ทั้งให้ข้อมูล วิเคราะห์ตลาด และมีส่วนในการสร้างจินตนาการเกี่ยวกับการลงทุนในสังคมไทยตั้งแต่ทศวรรษ 2520 เป็นต้นมา ประภาภูมิ เอี่ยมสม และชานันท์ ยอดหงษ์ ชวนอ่านบทความ “ทุน การเก็งกำไร และไทยธนาภิวัตน์ : การเล่าเรื่องตลาดหลักทรัพย์ไทย ในดอกเบี้ยและการเงินธนาคารก่อนเศรษฐกิจบูม” ของ วิลลา วิลัยทอง (วารสารประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์, 2568) ซึ่งศึกษาประวัติศาสตร์ช่วงแรกของตลาดหลักทรัพย์ไทยระหว่าง พ.ศ. 2525–2533 ผ่านการวิเคราะห์นิตยสารการเงินสำคัญสองฉบับ คือ ดอกเบี้ย และ การเงินธนาคาร ในบทความอธิบายแนวคิด ทุนนิยมการเงิน และกระบวนการ “ธนาภิวัตน์” (financialisation) ซึ่งหมายถึงการที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมากถูกทำให้เป็นสินทรัพย์ทางการเงิน และความมั่งคั่งถูกสร้างผ่านการหมุนเวียนของเงินทุน การลงทุน และการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มากกว่าการผลิตสินค้าโดยตรง กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นในระดับโลกตั้งแต่ทศวรรษ 1970 และปรากฏในประเทศไทยพร้อมกับการก่อตั้ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการในปี 2518 สื่อสิ่งพิมพ์ด้านการเงินมีบทบาทสำคัญในการสร้าง “วัฒนธรรมการลงทุนภาคประชาชน” โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยยังใหม่และมีความผันผวนสูง ทั้งเหตุการณ์การเก็งกำไรในช่วงแรก วิกฤต “ราชาเงินทุน” ปี 2522 และความไม่แน่นอนทางการเมือง เช่น เหตุการณ์เมษาฮาวาย ปี 2524 ก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัวและเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปลายทศวรรษ 2520 จนดัชนีตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 84 จุดในปี 2518 เป็น 879 จุดในปี 2532 นิตยสารดอกเบี้ย และการเงินธนาคาร ซึ่งเริ่มตีพิมพ์ในปี 2525 ทำหน้าที่อธิบายแนวคิดพื้นฐานของการลงทุน
-
'ป่วนนาฬิกา' ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน...ซะที่ไหน | BookBar EP.13
2569-03-04 · 51:30รายละเอียดตอน
'ป่วนนาฬิกา' หนังสือที่ชวนเราทำความรู้จักวรรณกรรมคาดการณ์และเรื่องราวของ 'เวลา' ที่เรา (ส่วนใหญ่) มีไม่เคยพอ นั่นเพราะเราขายมันให้แก่ระบบทุนนิยม ไลฟ์โค้ชที่ชอบให้กำลังใจเราว่า "ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน" จึงกลายเป็นเรื่องขบขัน ทันทีที่เราตระหนักว่าเราต่างติดอยู่ในลูปเวลาทุนนิยมที่ไม่มีปริศนาให้ไขเพื่อหาทางออก แต่ผู้เขียน สุธิดา วิมุตติโกศล เชื่อว่าเรายังพอมีความหวังอยู่เล็กๆ...แค่เล็กๆ เท่านั้น

ภาษาไทย
简体中文
English
