มาว่ากันถึงเรื่องการจอดรถในพื้นที่สาธารณะกันต่อ ไม่ว่าจะเป็นตามห้าง อาคารต่างๆ คอนโด หอพัก ซึ่งเมื่อเกิดมีปัญหาการทรัพย์สินเสียหาย ก็จะไม่อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของพื้นที่ แต่กรณีของผมที่เจอมาคือจอดรถอยู่ในหอพัก ทิพรัตน์อพาร์ทเมนต์ ตามที่จัดไว้ให้จอด อย่างเรียบร้อย ครั้งแรกที่เกิดเหตุคือหาหลักฐานอ้างอิงไม่ได้ ทราบแต่เพียงว่ามีกิ่งไม้ขนาดใหญ่หล่นลงมาใส่ บริเวณที่จอดรถอยู่ ผมเลยไม่ติดใจอะ ถือซะว่าเป็นภัยธรรมชาติ เลยนำรถไปทำสีเอง เป็นที่เสร็จเรียบร้อย พอมาถึงครั้งที่สอง ในเวลาห่างกันไม่ถึงอาทิตย์
ทางพอพักได้ทำการทาสีรั้วด้านหน้าใหม่ ซึ่งอยู่ใกล้กับที่จอดรถมากมีระยะห่างไม่ถึงครึ่งเมตร ซึ่งทางหอพักก็ไม่ได้มีมาตรการป้องกันอะไรที่จะเกิดขึ้นเลย อาทิเช่นจะให้รถถอยห่างออกมาจากรั้วหน่อย จนพ้นรัศมีที่ปลอดภัย เพื่อกันไม่ให้สีกระเด็นมาโดนรถที่จอดอยู่ได้ หรือจะหาอะไรมากันเพื่อป้องการละอองของเม็ดสีระหว่างทำการทาได้ ซึ่งผลปรากฎว่าเมื่อผมขับรถจากหอกลับไปบ้าน ในขณะที่ทำการล้างรถอยู่สังเกตพบว่ามีละอองของเม็ดสีกระเด็นติดอยู่บนฝากระโปรงด้านหน้าเต็มไปหมด เป็นสีเขียวออน สีเดียวกันกับที่ทาที่รั้วของทางหอพัก ผมพยายามขัดถูออกด้วยน้ำยาล้างรถ แต่เนื่องจากมีเม็ดสีกระเด็นติดอยู่เป็นจำนวนมาก จึงตัดสินใจโทรไปแจ้งให้กลับเจ้าหน้าที่ทางหอพักทราบ โดยตอนแรกผมบอกว่าเดียวทางผมจะพยายามขัดออกดู จากนั้นจึงวางสายไป แล้วหันมาทำการขัดถูออกดู ซึ่งพบว่าเป็นไปอย่างยากลำบากมาก ผมจึงโทรกลับไปสอบถามอีกครั้ง แต่ทางหอเริ่มเล่นแง่ว่า ไม่เกี่ยวไม่รับผิดชอบ เมื่อคุยกันต่อไป เขาบอกว่าคันอื่นก็โดนเหมือนกัน แต่ทางช่างเขามีน้ำยาขัดออกให้ได้ ผมจึงวางสายไปอีกครั้ง แต่พอมาคิดอีกทีผมกลัวว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปมันจะเอาไม่ออก ผมจึงโทรไปหาทางพอพักอีกครั้ง บอกว่ารอผมอีก 1 ชั่วโมง เดี๋ยวผมจะขับรถเอาไปให้ดูว่า ไอ้น้ำยาที่บอกไว้มันจะเอาออกได้หรือเปล่า ทั้งๆที่ผมเพิ่งจะขับกลับมาจากหอพักเมื่อตอนเที่ยงของวันเดียวกันนั้นเอง

ล่าสุดเมื่อเวลา 12:30 ของวันที่ 3 มีนาคม 2553 ระหว่างที่รอรถจะออกไปทานอาหารกลางวัน ผมได้เจอกับเจ้าของหอพัก 2 ผัวเมีย เดินตรงเข้ามาต่อว่าผม เรื่องที่เอาเหตุการณ์ดังกล่าวมาลงในเว็บ แล้วข่มขู่ผมว่าจะแจ้งความจับ แล้วอ้างกับผมว่าเขากับพี่ตุ๋ยก็เป็นเพื่อนกันรู้จักกัน ทางเจ้าของหอผู้ชายพูดจาข่มขูผมอีก ว่าให้ระวัง รถผม รถแฟนผม พูดเกี่ยวกับเรื่องบ้านผม เกี่ยวกับหอพักใหม่ที่ผมย้ายไปอยู่
การชำระเงินที่หอก็แบ่งเป็นค่าเช่าห้องกับค่าบริการอย่างชัดเจน ส่วนถนนหน้าหอก็เป็นถนนส่วนบุคคลของเจ้าของหอ มีป้ายบอกแสดงสิทธิ์อย่างชัดเจน นั้นหมายความว่าไง ผมผู้เช่าหอต้องขับรถผ่านถนนส่วนบุคคลเข้าไปจอดรถอยู่บนพื้นที่ส่วนกลางอย่างนั้นหรือ แล้วค่าบริการที่เก็บไปสำหรับอะไร มันมีการบริการที่แตกต่างจากหอพักอื่นอย่างไร เมื่อตอนเที่ยงของวันที่ 3 มีนาคม 2553 เจ้าหอได้อาศัยสิทธิ์ในพื่้นที่ถนนส่วนบุคคลบริเวณหน้าหอพัก บอกว่าไม่อณุญาติให้ผมเดินผ่านได้ ผมยินดีทำตามคำขออยู่แล้ว แต่ไม่ยินยอมที่จะรับคำขู่เรื่องผม รถผม รถแฟนผม ที่อยู่บ้านผม ที่อยู่หอพักปัจจุบันผม
อีกอย่างทางหอพักไม่มีมาตรการป้องกันใดๆเลย ก่อนที่จะทำการทาสี ไม่มีการบอกแจ้งกับผู้เช่าอาศัยภายในหอพัก ไม่มีการแจ้งเตือนให้ผู้จอดรถบริเวณรั้วถอยออกมาห่างจนอยู่ในระยะที่ปลอดภัย ไม่มีสิ่งปกป้องการกระเด็นของสีในขณะที่ทา
ตอนย้ายออกผมถูกหักค่าประกันไป 2 พันกว่าบาท จากเงินประกัน 5,000 บาท การขอย้ายห้องของผม ผมเสียค่าทำความสะอาดครั้งละ 500 บาท แต่เจ้าของหอ กลับมาตะโกนใส่หน้าผมว่าช่วยเพื่อสนองอารมณ์ผม ทั้งๆที่ผมจ่ายเงินให้ในฐานะผู้เช่าหอ
หลังจากผมเขียนบทความได้ไม่นานมันก็โทรมาข่มขู่ผมว่าจะเอาทหารจากสนามเสือป่ามารุ่มทำร้ายผม มันคงชินกับการใช้ข่มขู่ลูกความมาเยอะ ผมจึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจตำรวจนายนึงทำท่าไม่สนใจเหมือนจะไม่ยอมรับแจ้ง จนต้องมีตำตรวจอีกนายมาทำหน้าที่แทน ผมเล่นผมไม่ตายผมก็จะเอาลูกมันมาหันเป็นชิ้นๆแล้วโยนให้หมาแดกเหมือนกัน

