Page 4 of 4
ประกอบและติดตั้ง
- หลังจากนั้นจึงถอดพัดลมจากหม้อน้ำตัวเก่า มาใส่ที่หม้อน้ำตัวใหม่ รวมถึงท่อระบายความร้อนของน้ำมันเกียร์ ให้เรียบร้อยได้ระยะเหมือนเดิม
- แล้วจึงใส่ท่อย่างด้านล่าง โดยขาหม้อน้ำด้านล่างจะมียางรองอยู่ด้านล่าง ถ้าผิวด้านในท่อยางเริ่มไม่ค่อยจะเรียบเท่าไรก็เอาซิลลิโคนทารอบท่อป้องกันการรั่วเพิ่มเติมได้
- จากนั้นจึงใส่หม้อน้ำกลับเข้าที่เดิมต่อสายท่อยางต่างๆ สายไฟพัดลม ให้เรียบร้อย
การเติมน้ำหล่อเย็น
- ยังไม่ต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ ให้เติมน้ำยาหล่อเย็นลงในหม้อน้ำจนเต็ม โดยไขน็อตไล่อากาศตรงบริเวณวาล์วน้ำเข้าเครื่องปลายท่อยางหม้อน้ำเส้นยาว เติมไปเรื่อยๆจนน้ำล้นออกมาจากรูน็อตไล่อากาศอย่างต่อเนื่อง จากนั้นไข่น็อตไล่อากาศ
- ยังไม่ต้องปิดฝาหม้อน้ำ ให้ทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ รอจนน้ำหล่อเย็นร้อนจนได้อุณหภูมิ วาล์วน้ำเข้าเครื่องจะค่อยๆเปิดออก สังเกตุจากท่อยางหม้อน้ำเส้นล่างจับดูจะต้องร้อน น้ำที่รูฝาหม้อน้ำจะค่อยๆเอ่อล้นออกมา (ถ้าน้ำหล่อเย็นเดือนกระฉอกอาจเป็นไปได้ที่มีอากาศค้างอยู่ในหม้อน้ำ ให้ดับเครื่องแล้วย้อนทำข้อ 1 ใหม่จนกว่าน้ำจะออกจากรูน็อตถ่ายน้ำอย่างต่อเนื่อง) ถ้าจะให้ดีควรถอด Valve น้ำออกมาทำการตรวจสอบด้วย ว่ายังเปิดที่อุณหภูมิ 78 Celsius หรือเปล่า เพราะถ้าวาล์น้ำไม่เปิดน้ำจะไม่ไหลวนเข้าไปในเครื่องยนต์ สังเกตุได้จากท่อน้ำหม้อน้ำเส้นล่างจะไม่ร้อน
- จากนั้นจึงรอจนกว่าพัดลมระบายความร้อนจะติด แล้วจึงเติมน้ำหล่อเย็นเพิ่มเติมเข้าไปหากเห็นว่าพร่อง ทำอย่างนี้อย่างน้อย 2 ครั้ง
- จากนั้นดับเครื่องปิดฝาหม้อน้ำ
- ทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วตรวจสอบดูว่าไม่มีจุดรั่ว ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการเปลี่ยนหม้อน้ำรถยนต์
อาจมีการตั้งรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ใหม่หลังการเปลี่ยน ส่วนหม้อน้ำอันเก่าที่ฝาบนล่างเป็นเหล็ก ก็อย่าเพิ่งทิ้ง เราสามารถนำไปซ่อมได้ โดยการเชื่อมฝาหม้อน้ำบนล่างออก แล้วเปลี่ยนรังผึ้งใหม่ทั้งหมดได้เลยเหมือนกัน ราคาพร้อมเปลี่ยนเมื่อปี 2003 แบบไส้ทองแดงประมาณสองพันกว่าบาท เป็นอีกหนึ่งทางเลือก
